⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5868/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5868/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยได้ชำระค่าปรับครบถ้วนแล้ว ย่อมถือว่าจำเลยพ้นโทษนับแต่วันที่ชำระค่าปรับนั้น หากจำเลยพ้นโทษปรับแล้วยังไม่ครบ 3 ปี มากระทำผิดอีก ต้องวางโทษทั้งจำทั้งปรับตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

การปรับถือเป็นโทษอย่างหนึ่งในจำพวกโทษทั้ง 5 ชนิดที่ลงแก่ผู้กระทำผิดตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 18 (4) เมื่อศาลลงโทษปรับจำเลยและมีการชำระค่าปรับครบถ้วนแล้วในวันเวลาใด ย่อมถือได้ว่าจำเลยได้พ้นโทษนับแต่วันที่ชำระค่าปรับนั้นแล้ว ฉะนั้น หากจำเลยพ้นโทษปรับแล้วยังไม่ครบ 3 ปี มากระทำผิดต่อพระราชบัญญัติการพนันนี้อีก จึงเข้าหลักเกณฑ์ต้องวางโทษตามวิธีการที่พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 14 ทวิ(1) หรือ (2) บัญญัติไว้โดยต้องวางโทษจำเลยทั้งจำทั้งปรับ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.18

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งหกกับพวกที่หลบหนีร่วมกันเล่นการพนันเบี้ยโบก อันเป็นการพนันตามบัญชี ก.อันดับที่ ๘ ท้ายพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.๒๔๗๘ พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่มีพระราชกฤษฎีกาอนุญาตให้เล่นได้ ก่อนคดีนี้จำเลยที่ ๑ เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลชั้นต้นให้ปรับ๖๐๐ บาท ฐานเล่นการพนันไฮโล ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๓๗๘/๒๕๓๑ จำเลยที่ ๑ พ้นโทษในคดีดังกล่าวมาแล้วยังไม่ครบกำหนด ๓ ปี กลับมากระทำความผิดในคดีนี้อีก ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.๒๔๗๘ มาตรา ๔, ๕, ๖, ๑๐, ๑๒, ๑๔ ทวิ, ๑๕ พระราชบัญญัติการพนัน (ฉบับที่ ๓)พ.ศ.๒๔๘๕ พระราชบัญญัติการพนัน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ.๒๔๙๐ มาตรา ๓ พระราชบัญญัติการพนัน(ฉบับที่ ๗) พ.ศ.๒๕๐๔ มาตรา ๓ ริบของกลาง จ่ายเงินสินบนแก่ผู้นำจับตามกฎหมาย และวางโทษทั้งจำทั้งปรับจำเลยที่ ๑ ในคดีนี้ด้วย จำเลยทั้งหกให้การรับสารภาพ และจำเลยที่ ๑ รับว่าเคยต้องคำพิพากษาศาลชั้นต้นลงโทษปรับ ๖๐๐ บาท ฐานเล่นการพนันไฮโลตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๓๗๔/๒๕๓๑ จริงตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.๒๔๗๘มาตรา ๔, ๕, ๖, ๑๐, ๑๒, ๑๕ พระราชบัญญัติการพนัน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ.๒๔๙๐ มาตรา ๓พระราชบัญญัติการพนัน (ฉบับที่ ๗) พ.ศ.๒๕๐๔ มาตรา ๓ จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ปรับคนละ ๖๐๐ บาท ไม่ชำระค่าปรับให้บังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ ของกลางริบ ให้จำเลยจ่ายเงินสินบนนำจับกึ่งหนึ่งของค่าปรับแก่ผู้นำจับ จำเลยที่ ๑ ถูกศาลชั้นต้นลงโทษปรับ มิใช่โทษจำคุก จึงมิใช่กรณีพ้นโทษตามพระราชบัญญัติการพนัน ฯ มาตรา ๑๔ ทวิ ศาลไม่อาจวางโทษทั้งจำทั้งปรับได้ คำขอในส่วนนี้ให้ยก โจทก์อุทธรณ์ขอให้วางโทษจำเลยที่ ๑ ทั้งจำทั้งปรับ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายขอให้วางโทษทั้งจำทั้งปรับจำเลยที่ ๑ ตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.๒๔๗๘ มาตรา ๑๔ ทวิ พระราชบัญญัติการพนัน (ฉบับที่ ๓)พ.ศ.๒๔๘๕ มาตรา ๓ ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายนั้น ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน คดีนี้ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๑ เคยต้องโทษฐานเล่นการพนันไฮโล ศาลพิพากษาปรับ ๖๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ พ้นโทษมายังไม่ครบกำหนด ๓ ปี กลับมากระทำผิดในคดีนี้อีก ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยมีว่า จะวางโทษจำเลยที่ ๑ ทั้งจำทั้งปรับตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.๒๔๗๘ มาตรา ๑๔ ทวิ (๒) ที่แก้ไขแล้วได้หรือไม่ พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.๒๔๗๘มาตรา ๑๔ ทวิ ที่แก้ไขแล้วบัญญัติว่า "ผู้ใดกระทำความผิดต้องระวางโทษตามพระราชบัญญัตินี้ เมื่อพ้นโทษแล้วยังไม่ครบกำหนดสามปี กระทำความผิดต่อพระราชบัญญัตินี้อีก (๑)... (๒) ถ้าโทษซึ่งกำหนดไว้สำหรับความผิดที่กระทำครั้งหลังเป็นโทษจำคุกหรือปรับให้วางโทษทั้งจำทั้งปรับ" ศาลฎีกาเห็นว่า การปรับถือเป็นโทษอย่างหนึ่งในจำพวกทั้ง ๕ ชนิด ที่ลงแก่ผู้กระทำผิดตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๘ (๔) เมื่อศาลลงโทษปรับจำเลยและมีการชำระค่าปรับครบถ้วนแล้วในวันเวลาใด ย่อมถือได้ว่าจำเลยได้พ้นโทษนับแต่วันที่ชำระค่าปรับนั้นแล้วฉะนั้น หากจำเลยพ้นโทษปรับแล้วยังไม่ครบกำหนด ๓ ปี มากระทำผิดต่อพระราชบัญญัติการพนันนี้อีกจึงเข้าหลักเกณฑ์ต้องวางโทษตามวิธีการที่พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.๒๔๗๘ มาตรา ๑๔ ทวิ ที่แก้ไขแล้วบัญญัติไว้ในอนุมาตรา (๑) หรือ (๒) แล้วแต่กรณี ที่ศาลล่างทั้งสองไม่วางโทษจำเลยที่ ๑ ทั้งจำทั้งปรับนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้วางโทษจำเลยที่ ๑ ตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.๒๔๗๘มาตรา ๑๔ ทวิ (๒) ที่แก้ไขแล้ว โดยให้วางโทษทั้งจำทั้งปรับ ให้จำคุก ๒ เดือน ปรับ ๑,๒๐๐ บาทลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ แล้ว คงจำคุก ๑ เดือน ปรับ ๖๐๐ บาทโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามมาตรา ๒๙, ๓๐ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5868/2533 พนักงานอัยการประจำศาลแขวงสุรินทร์ โจทก์ นายมก เงางาม กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลแขวงสุรินทร์ · จำเลย - นายมก เงางาม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พินิจ ฉิมพาลี · เคียง บุญเพิ่ม · มีพาศน์ โปตระนันทน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงสุรินทร์ - นายชูเกียรติ ดิลกแพทย์ · ศาลอุทธรณ์ - หม่อมหลวงเฉลิมชัย เกษมสันต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7111/2559ฎีกา 964/2466ฎีกา 413/2466ฎีกา 528/2470ฎีกา 2437/2515ฎีกา 623/2468ฎีกา 431/2472ฎีกา 1198/2543ฎีกา 7184/2540ฎีกา 9083/2544ฎีกา 621/2468ฎีกา 1154/2482ฎีกา 177/2508ฎีกา 179/2470ฎีกา 1054/2465ฎีกา 206/2466ฎีกา 541/2517ฎีกา 660/2554ฎีกา 5091/2539ฎีกา 1730/2492ฎีกา 681/2550ฎีกา 1064/2472ฎีกา 433/2502ฎีกา 133/2486
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา