⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5976/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5976/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้สั่งจ่ายเช็คและผู้สลักหลังเช็คต้องรับผิดต่อผู้ทรงเช็คตามที่ระบุในเช็ค แม้คำขอท้ายฟ้องจะมีความคลาดเคลื่อนในการระบุจำนวนผู้รับผิด แต่หากข้อเท็จจริงและคำขอท้ายฟ้องโดยรวมแสดงเจตนาชัดเจน ศาลสามารถบังคับให้ผู้รับผิดตามกฎหมายชำระหนี้ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ออกเช็คและจำเลยที่ 2 ที่ 3 สลักหลังเช็คชำระหนี้ให้โจทก์ โจทก์เรียกเก็บเงินตามเช็คธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินจำเลยทั้งสามจึงต้องรับผิดต่อโจทก์ตามที่เป็นผู้สั่งจ่าย และสลักหลังเช็ค โดยให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินตามเช็คพร้อมดอกเบี้ยให้โจทก์ คำฟ้องโจทก์จึงเป็นการกล่าวถึงสภาพแห่งข้อหาและคำขอให้บังคับแก่จำเลยทั้งสามตลอดมาแม้คำขอท้ายฟ้อง จะกล่าวว่าให้จำเลยทั้งสองชำระเงินตามเช็คก็เป็นเรื่องพิมพ์ผิดพลาด ซึ่งเมื่อรวมใจความย่อมเป็นที่เข้าใจได้ว่าโจทก์ขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรับผิดชำระเงินแก่โจทก์นั่นเองศาลบังคับจำเลยชำระเงินแก่โจทก์ตามความรับผิดได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ออกเช็คธนาคารทหารไทย จำกัด สาขาปากเกร็ด จำนวน ๓ ฉบับ ลงวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๒๗ ทั้งสามฉบับรวมเป็นเงิน ๓๑๔,๔๓๗ บาท โดยมีจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ เป็นผู้สลักหลัง นำมาชำระหนี้แก่โจทก์ เมื่อเช็คถึงกำหนดโจทก์นำเช็คไปเรียกเก็บเงินแต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินทั้งสามฉบับขอให้จำเลยทั้งสองชำระเงิน ตามเช็ค พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีให้แก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๒ เป็นผู้สลักหลังเช็คทั้งสามฉบับจริง แต่ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์เพราะโจทก์เป็นผู้ทรงเช็คโดยไม่สุจริตคบคิดกับจำเลยที่ ๓ รับโอนเช็คโดยรู้อยู่แล้วว่าจำเลยที่ ๒ สลักหลังไว้เพื่อเป็นประกันในการจ่ายเงิน ตามเช็คในวันที่๑๐ สิงหาคม ๒๕๒๗ การแก้ไขวันที่และจำนวนเงินในเช็คกระทำลับหลังจำเลยที่ ๒ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน ๓๓๗,๙๓๗ บาท ให้แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน ๓๑๔,๔๓๗ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าในปัญหาข้อกฎหมายว่า ที่จำเลยที่ ๒ อ้างว่าฟ้องของโจทก์ไม่อาจที่จะบังคับให้จำเลยที่ ๒ รับผิดได้เพราะโจทก์ฟ้องจำเลยสามคน แต่ในคำขอท้ายฟ้อง ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดใช้เงินแก่โจทก์ ไม่ชัดแจ้งว่าจำเลยทั้งสองคนใดนั้นเห็นว่าโจทก์ได้บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ออกเช็คและจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ สลักหลังเช็คทั้งสามฉบับชำระหนี้ให้โจทก์ เมื่อโจทก์นำเช็คทั้งสามฉบับเข้าบัญชีของโจทก์เพื่อเรียกเก็บเงิน ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน และตอนท้ายโจทก์กล่าวว่า จำเลยทั้งสามจึงต้องรับผิดต่อโจทก์ตามที่เป็นผู้สั่งจ่ายและสลักหลังเช็คโดยให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินตามเช็คพร้อมดอกเบี้ย คำฟ้องโจทก์จึงเป็นการกล่าวถึงสภาพแห่งข้อหา และคำขอให้บังคับแก่จำเลยทั้งสามตลอดมาคงมีเฉพาะในคำขอท้ายฟ้องเท่านั้นที่ปรากฏว่าโจทก์กล่าวว่า"จำเลยทั้งสอง" เห็นได้ชัดว่าเป็นเรื่องพิมพ์ผิดพลาดซึ่งรวมใจความย่อมเป็นที่เข้าใจได้ว่าโจทก์ขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรับผิดชำระเงินแก่โจทก์นั่นเอง ศาลสามารถบังคับให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ตามความรับผิดได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5976/2533 นายสันต์ หรุ่มเรืองวงษ์ โจทก์ นายสงวน ประพันธ์โรจน์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสันต์ หรุ่มเรืองวงษ์ · จำเลย - นายสงวน ประพันธ์โรจน์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิเวศน์ คำผอง · ชุม สุกแสงเปล่ง · พรชัย สมรรถเวช
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายวีระศักดิ์ นิศามณี · ศาลอุทธรณ์ - นายสุพิน ไชยชาญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 681/2506ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 272/2490ฎีกา 3099/2524ฎีกา 6105/2531ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 2224/2528ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1687/2497ฎีกา 5494/2541ฎีกา 2635/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา