⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6175/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6175/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยว่าการกระทำหรือคำพูดใดเป็นความผิดตามกฎหมายหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ศาลอุทธรณ์สามารถวินิจฉัยได้โดยไม่ถือเป็นการโต้แย้งข้อเท็จจริงที่ยุติแล้ว

ย่อคำพิพากษา

การกระทำอย่างไรหรือคำพูดอย่างไรที่รับฟังเป็นยุติแล้วจะเป็นความผิดตามกฎหมายบทมาตราใดหรือไม่นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย อุทธรณ์ของโจทก์ที่ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดจึงเป็นอุทธรณ์ปัญหาข้อกฎหมาย หาใช่เป็นการโต้แย้งให้ศาลอุทธรณ์รับฟังข้อเท็จจริงผิดไปจากที่โจทก์บรรยายมาในคำฟ้องซึ่งฟังยุติแล้ว อันเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานซึ่งเป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงแต่อย่างใด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.22

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖,๓๒๘, ๑๓๖, ๔๔, ๙๐, ๙๑ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์โจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทุกข้อหา ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. ๒๔๙๙มาตรา ๒๒ คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ในชั้นนี้ว่าอุทธรณ์ของโจทก์เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายหรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความนำสืบรับฟังเป็นยุติแล้วว่าจำเลยได้ไปแจ้งความต่อร้อยตำรวจตรีสมยศ อรุณสวัสดิ์ ร้อยเวรสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลคลองตัน มีข้อความตามที่โจทก์บรรยายมาในคำฟ้องโจทก์อุทธรณ์ว่า การกระทำของจำเลยที่ไปแจ้งความระบุว่าโจทก์กระทำการไม่เหมาะสมกับที่เป็นตำรวจชั้นผู้ใหญ่ พานางสาวสุวิบูลย์พัฒน์พงษ์พานิช ซึ่งเป็นคนรักของจำเลยไปในทางชู้สาว การบอกเล่าข้อความเช่นนั้นต่อร้อยเวรสอบสวนอาจทำให้ผู้รับแจ้งเกิดความรู้สึกดูหมิ่นเกลียดชังโจทก์ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖ และข้อความที่แจ้งว่าโจทก์เอาขนมปังแฮมเบอร์เกอร์ให้จำเลยกินจนเกือบตายในห้องขัง ทำให้ผู้รับแจ้งหรือบุคคลอื่นที่ทราบบันทึกนั้นรู้สึกดูหมิ่นเกลียดชังโจทก์ว่าเป็นคนเลวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไม่มีคุณธรรม การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖ เช่นกันนอกจากนี้จำเลยยังได้กล่าวหาว่าโจทก์กลั่นแกล้งจับกุมจำเลยด้วยการกระทำของจำเลยถือได้ว่าเป็นการดูหมิ่นโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานเพราะได้กระทำการตามหน้าที่ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๓๖ ศาลฎีกาเห็นว่า การกระทำอย่างไรหรือคำพูดอย่างไรที่รับฟังเป็นยุติแล้วจะเป็นความผิดตามกฎหมายบทใดหรือไม่นั้นเป็นปัญหาข้อกฎหมาย อุทธรณ์ของโจทก์ทุกข้อจึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายอุทธรณ์ของโจทก์หาใช่เป็นการโต้แย้งให้ศาลอุทธรณ์รับฟังข้อเท็จจริงผิดไปจากที่โจทก์บรรยายมาในคำฟ้องแต่อย่างใด อันเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐาน ซึ่งเป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์รับอุทธรณ์ของโจทก์ แล้วพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6175/2533 พันตำรวจโทล้ำเลิศ ธรรมนิธา โจทก์ นายวินัย ชัยพานิช จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พันตำรวจโทล้ำเลิศ ธรรมนิธา · จำเลย - นายวินัย ชัยพานิช
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พินิจ ฉิมพาลี · ชุม สุกแสงเปล่ง · เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4226/2539ฎีกา 2302/2535ฎีกา 1173/2530ฎีกา 1045/2506ฎีกา 1622/2513ฎีกา 2365/2537ฎีกา 1167/2532ฎีกา 3119/2558ฎีกา 3879/2542ฎีกา 462/2536ฎีกา 1342/2530ฎีกา 1268/2514ฎีกา 334/2521ฎีกา 2107/2522ฎีกา 2738/2534ฎีกา 298/2567ฎีกา 2130/2548ฎีกา 1651/2514ฎีกา 477/2535ฎีกา 3011/2532ฎีกา 1806/2520ฎีกา 707/2536ฎีกา 2589/2550ฎีกา 4286/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา