⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 900/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 900/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอคุ้มครองประโยชน์ระหว่างพิจารณาที่เกินกว่าคำขอในคำฟ้อง ถือเป็นเรื่องนอกฟ้องนอกประเด็น ศาลไม่อาจบังคับตามคำขอนั้ได้.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ใส่ชื่อ โจทก์เป็นเจ้าของสวนยางพิพาทร่วมกับกองมรดกของ จ. เท่านั้น มิได้ฟ้องขอเรียกค่าเสียหายมาด้วย การที่โจทก์ยื่นคำขอคุ้มครองประโยชน์ ในระหว่างพิจารณาโดย ขอให้ตั้ง ผู้จัดการสวนยางพิพาทให้เข้ากรีดยางแล้วนำรายได้7 ใน 8 ส่วนมาวางศาล หรือมีคำสั่งให้โจทก์จำเลยประมูลรายได้จากการทำสวนยาง หากฝ่ายใดชนะให้ฝ่ายนั้นเข้าทำประโยชน์ในสวนยางแปลงพิพาทแล้วนำเงินรายได้ที่ประมูลมาวางศาล เป็นการยื่นคำขอคุ้มครองประโยชน์เกินกว่าคำขอในคำฟ้อง เป็นเรื่อง นอกฟ้องนอกประเด็น แม้โจทก์จะเป็นฝ่ายชนะคดีก็ไม่อาจขอให้ ศาลบังคับตาม คำขอได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.254 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.264

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ทั้งเจ็ดฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งเจ็ดใส่ชื่อโจทก์ทั้งเจ็ดเป็นเจ้าของสวนยางที่พิพาทร่วมกับกองมรดกของนายจำนงค์ วงษ์ขจร ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งเจ็ดโจทก์ทั้งเจ็ดอุทธรณ์ คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์โจทก์ทั้งเจ็ดยื่นคำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โดยขอให้ตั้งผู้จัดการสวนยางแปลงพิพาทให้เข้ากรีดยางแล้วนำรายได้ 7 ใน 8 ส่วนมาวางศาล หรือมีคำสั่งให้โจทก์จำเลยประมูลรายได้จากการทำสวนยาง หากฝ่ายใดชนะให้ฝ่ายนั้นเข้าทำประโยชน์ในสวนยางแปลงพิพาท แล้วนำเงินรายได้ที่ประมูลนั้นมาวางศาล ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง โจทก์ทั้งเจ็ดฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ทั้งเจ็ดฎีกาว่า หากศาลพิพากษาให้โจทก์ทั้งเจ็ดชนะคดี โจทก์ทั้งเจ็ดย่อมมีส่วนในสวนยางที่พิพาท7 ใน 8 ส่วน แต่ฝ่ายจำเลยเข้าไปครอบครองทำประโยชน์ฝ่ายเดียวโจทก์จึงขอคุ้มครองประโยชน์โดยขอให้จำเลยนำรายได้ 7 ใน 8 ส่วนหรือนัยหนึ่งคือน้ำยางที่กรีดได้จากต้นยางในสวนที่พิพาทมาวางศาลกับขอให้ตั้งโจทก์ที่ 5 เป็นผู้จัดการสวนยางที่พิพาทด้วยนั้นเห็นว่า คดีนี้โจทก์ทั้งเจ็ดฟ้องขอให้ใส่ชื่อโจทก์ทั้งเจ็ดเป็นเจ้าของสวนยางที่พิพาทร่วมกับกองมรดกของนายจำนงค์เท่านั้นมิได้ฟ้องขอเรียกค่าเสียหายมาด้วย โจทก์ทั้งเจ็ดจึงยื่นคำขอคุ้มครองประโยชน์เกินกว่าคำขอในคำฟ้องของตนหาได้ไม่เพราะเป็นเรื่องนอกฟ้องนอกประเด็นและแม้โจทก์ทั้งเจ็ดจะเป็นฝ่ายชนะคดีนี้ก็ยังไม่อาจขอให้ศาลบังคับตามคำขอคุ้มครองประโยชน์ดังกล่าวแก่ฝ่ายจำเลยได้ ที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้องของโจทก์ทั้งเจ็ดชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ทั้งเจ็ดฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 900/2533 นาย จำ นูญ วงษ์ ขจร กับพวก โจทก์ นาง มา ลินี วงษ์ ขจร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย จำ นูญ วงษ์ ขจร กับพวก · จำเลย - นาง มา ลินี วงษ์ ขจร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ถวิล ทองสว่างรัตน์ · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · อากาศ บำรุงชีพ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1145/2494ฎีกา 9028/2542ฎีกา 2387/2525ฎีกา 3801/2536ฎีกา 733/2492ฎีกา 4273/2531ฎีกา 6027/2534ฎีกา 14246/2557ฎีกา 7280/2549ฎีกา 4085/2546ฎีกา 2580/2527ฎีกา 2467/2536ฎีกา 952/2539ฎีกา 920/2524ฎีกา 1109/2510ฎีกา 2381/2530ฎีกา 483/2519ฎีกา 1068/2522ฎีกา 2177/2543ฎีกา 8200/2567ฎีกา 1079-1080/2495ฎีกา 247/2525ฎีกา 4309/2534ฎีกา 1565/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ