คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 113/2534
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลลงโทษจำคุกตลอดชีวิตตามกฎหมายแล้ว การลดโทษตามมาตรา 78 แห่งประมวลกฎหมายอาญา จะเปลี่ยนโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นโทษจำคุก 50 ปี และหากจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลจะลดโทษลงอีกกึ่งหนึ่งตามมาตรา 78 ซึ่งเท่ากับจำคุก 25 ปี เป็นโทษต่ำสุดที่กฎหมายกำหนดแล้ว ไม่อาจลดโทษลงได้อีก
ย่อคำพิพากษา
จำเลยกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(1) ประกอบกับมาตรา 80 ซึ่งมาตรา 289 บัญญัติโทษไว้สถานเดียวคือประหารชีวิตเมื่อลดมาตราส่วนโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 52(1)แล้ว จึงต้องวางโทษจำคุกจำเลยตลอดชีวิต จำเลยให้การรับสารภาพศาลลดโทษให้อีกกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 โดยเปลี่ยนโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นโทษจำคุก 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 53 คงจำคุกจำเลย 25 ปี เป็นการถูกต้องแล้วและเป็นการลงโทษต่ำสุดเท่าที่กฎหมายกำหนด ไม่อาจลดโทษลงได้อีก
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289, 80จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289, 80 จำคุกตลอดชีวิตลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 เปลี่ยนโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นโทษจำคุก 50 ปี ตามมาตรา 53 คงจำคุก 25 ปี จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาขอให้ลดมาตราส่วนโทษที่จะลงหรือลงโทษสถานเบานั้น ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยพยายามฆ่าบิดาของจำเลย จำเลยจึงต้องมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา289(1) ประกอบมาตรา 80 และมาตรา 289 บัญญัติให้ลงโทษสถานเดียวคือประหารชีวิต เมื่อจำเลยพยายามกระทำผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 80 บัญญัติให้ลงโทษสองในสามส่วนของโทษที่กฎหมายกำหนดดังกล่าวจึงต้องวางโทษจำคุกจำเลยตลอดชีวิตตามมาตรา 52(1) เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลลดโทษให้จำเลยอีกกึ่งหนึ่งตามมาตรา 78 โดยเปลี่ยนโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นโทษจำคุก 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 53 คงจำคุกจำเลย 25 ปี จึงเป็นการลงโทษจำเลยถูกต้องตามกฎหมายและเป็นการลงโทษต่ำสุดเท่าที่กฎหมายกำหนด ไม่อาจลดโทษลงได้อีกที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้นแต่ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 ลงโทษจำเลยตามมาตรา 289โดยไม่ระบุอนุมาตราที่กระทำผิดมาด้วยนั้น ศาลฎีกาเห็นควรระบุเสียให้ชัดแจ้ง"
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289(1) ประกอบด้วยมาตรา 80 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 113/2534
อัยการ สุรินทร์ โจทก์
นาย สมาน สุขไกร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการ สุรินทร์ · จำเลย - นาย สมาน สุขไกร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | บุญส่ง วรรณกลาง · วิทวัส อยู่วัฒนา · ตัน เวทไว |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา