⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 138/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 138/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การซื้อขายสังหาริมทรัพย์จะสมบูรณ์เมื่อผู้ขายได้ส่งมอบทรัพย์สินและผู้ซื้อตกลงใช้ราคา โดยไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ.

ย่อคำพิพากษา

การซื้อขายพระพุทธรูปอันเป็นสังหาริมทรัพย์ย่อมสมบูรณ์เพียงเมื่อผู้ขายส่งมอบทรัพย์สินที่ขายให้แก่ผู้ซื้อ และผู้ซื้อตกลงว่าจะใช้ราคาทรัพย์สินนั้นแก่ผู้ขาย หาจำต้องทำเป็นหนังสือสัญญาหรือมีหลักฐานเป็นหนังสือไว้แต่อย่างใดไม่ แม้การซื้อขายระหว่างโจทก์จำเลยที่ 1 จะมิได้ทำเอกสารหมาย จ.1 ไว้ก็ย่อมสมบูรณ์แล้ว ไม่ปรากฏว่าเอกสารหมาย จ.1 มีระบุข้อความว่าให้จำเลยที่ 1มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ และจำเลยที่ 1 ตกลงจะทำการดังนั้นตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 797 แห่ง ป.พ.พ. สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยที่ 1 จึงเป็นสัญญาซื้อขายมิใช่สัญญาตัวแทน.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.453 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.797

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2528 จำเลยที่ 1 ได้ทำหนังสือซื้อพระกำแพงศอก (ปางทุ่งเศรษฐี) เนื้อชินเงิน 1 องค์ราคา 90,000 บาท โดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันการชำระราคา จำเลยที่ 1 ได้รับพระกำแพงศอกไปจากโจทก์แล้วในวันเดียวกัน โดยยังมิได้ชำระเงินแก่โจทก์ โจทก์ทวงถามให้จำเลยทั้งสองชำระราคา จำเลยทั้งสองไม่ชำระ ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 90,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 1 เป็นนายหน้าขายพระพุทธรูปจำเลยที่ 2 แนะนำให้จำเลยที่ 1 รู้จักกับโจทก์ โจทก์ตกลงมอบพระพุทธรูปตามฟ้องให้จำเลยที่ 1 ไปขายโดยจะให้ค่านายหน้าและให้จำเลยที่ 1 ทำสัญญาตามฟ้องไว้เพื่อเป็นประกันว่าจำเลยที่ 1 ขายพระพุทธรูปได้แล้วจะนำเงินมาชำระให้โจทก์ โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันในวงเงิน 90,000 บาท จำเลยที่ 1 นำพระพุทธรูปของโจทก์ไปขายไม่ได้ จึงนำพระมาคืนโจทก์ แต่โจทก์ไม่ยอมรับคืน จำเลยที่ 2 ให้การรับตามฟ้อง แต่ขอให้บังคับเอาจากจำเลยที่ 1 ก่อน ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินให้โจทก์90,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระ ให้จำเลยที่ 2ชำระแทน จำเลยที่ 1 ฎีกา นายทองดี จานสิบสี ยื่นคำร้องว่า โจทก์ถึงแก่กรรมแล้วผู้ร้องเป็นภรรยาของโจทก์ขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่โจทก์จำเลยนำสืบรับกันฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2528 จำเลยทั้งสองได้ลงลายมือชื่อในหนังสือรับรองการซื้อขาย เอกสารหมาย จ.1 ซึ่งมีข้อความว่า จำเลยที่ 1 ได้มาตกลงเช่าซื้อพระกำแพงศอก 1 องค์ ราคา 90,000 บาท จากโจทก์โดยยังไม่ได้ชำระเงิน และจำเลยที่ 2 รับรองว่าหากจำเลยที่ 1ไม่นำเงินมาชำระแก่โจทก์ จำเลยที่ 2 จะเป็นผู้รับใช้จำนวนเงินดังกล่าวแทน โจทก์ได้มอบพระกำแพงศอกให้จำเลยที่ 1 แล้ว ต่อมาจำเลยที่ 1 นำพระกำแพงศอกมาคืนโจทก์ โจทก์ไม่ยอมรับคืน ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยมีว่า จำเลยที่ 1 ซื้อพระกำแพงศอกไปจากโจทก์ตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า จากข้อความในเอกสารหมาย จ.1 ประกอบพฤติการณ์ที่โจทก์ได้มอบพระกำแพงศอกให้จำเลยที่ 1 ดังกล่าวเพียงพอให้ฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้ซื้อพระกำแพงศอกไปจากโจทก์แล้ว และการซื้อขายพระพุทธรูปอันเป็นสังหาริมทรัพย์ย่อมสมบูรณ์เพียงเมื่อผู้ขายส่งมอบทรัพย์สินที่ขายให้แก่ผู้ซื้อและผู้ซื้อตกลงว่าจะใช้ราคาทรัพย์สินนั้นแก่ผู้ขาย หาจำต้องทำเป็นหนังสือสัญญาหรือมีหลักฐานเป็นหนังสือไว้แต่อย่างใดไม่ ฉะนั้นแม้สัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์จำเลยที่ 1 จะมิได้ทำเอกสารหมาย จ.1 ไว้ก็ย่อมสมบูรณ์แล้วที่จำเลยฎีกาว่าสัญญาตามเอกสารหมาย จ.1 เป็นเพียงสัญญาตัวแทนเพื่อให้จำเลยที่ 1 นำพระดังกล่าวไปขายที่กรุงเทพมหานครนั้น ก็ไม่ปรากฏว่าเอกสารหมาย จ.1 ระบุข้อความว่าให้จำเลยที่ 1 มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ และจำเลยที่ 1 ตกลงจะทำการดังนั้นตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา797 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และหากจำเลยประสงค์ให้เอกสารดังกล่าวเป็นสัญญาตัวแทนจริง จำเลยก็น่าที่จะให้นายมนัส พรหมสุวรรณผู้เขียนได้เขียนข้อความเช่นนั้นให้ปรากฏในเอกสารหมาย จ.1 ด้วยแต่จำเลยก็หาได้ทำเช่นนั้นไม่ สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยที่ 1 จึงเป็นสัญญาซื้อขาย หาใช่สัญญาตัวแทนดังที่จำเลยที่ 1 ฎีกาไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ให้จำเลยที่ 1 ใช้ราคาทรัพย์สินที่ซื้อขายแก่โจทก์จึงชอบแล้ว..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 138/2534 นาย อรุณศักดิ์ จาน สิบ สี โจทก์ นาย เปรื่อง ศรีเหรา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย อรุณศักดิ์ จาน สิบ สี · จำเลย - นาย เปรื่อง ศรีเหรา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ราเชนทร์ จัมปาสุต · ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · วินัย กันนะ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 290/2524ฎีกา 2910/2526ฎีกา 4404/2565ฎีกา 523/2497ฎีกา 5352/2536ฎีกา 1510/2552ฎีกา 2126/2539ฎีกา 3285/2532ฎีกา 1369/2479ฎีกา 1216/2538ฎีกา 5711/2541ฎีกา 3345/2525ฎีกา 1730/2520ฎีกา 581/2501ฎีกา 1217/2530ฎีกา 2221/2553ฎีกา 558/2509ฎีกา 17393/2555ฎีกา 451/2491ฎีกา 360/2502ฎีกา 3375/2532ฎีกา 707/2507ฎีกา 1090/2530ฎีกา 2694/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ