⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1526/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1526/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจฟ้องให้รื้อถอนอาคารที่ก่อสร้างหรือดัดแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาตและฝ่าฝืนข้อบัญญัติควบคุมอาคารได้ โดยไม่จำกัดอายุความ

ย่อคำพิพากษา

จำเลยดัดแปลงต่อเติมอาคารตึกแถวพิพาทขึ้นใหม่ปกคลุมทางเดินด้านหลังอาคาร ทำให้ไม่มีที่ว่างกว้างไม่น้อยกว่า 2.00 เมตร เป็นการขัดต่อข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครเรื่อง ควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ.2522 ข้อ 76 (4) ซึ่งเป็นกรณีที่ไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือออกใบอนุญาตให้ได้ โจทก์ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานท้องถิ่นตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522จึงมีอำนาจฟ้องให้จำเลยรื้อถอนอาคารตึกแถวพิพาทส่วนที่ดัดแปลงต่อเติม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ไม่มีข้อความในมาตราใดบัญญัติว่าให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นต้องฟ้องภายในกำหนด 1 ปี เมื่อเจ้าพนักงานได้แจ้งคำสั่งให้จำเลยรื้อถอนตราบใดที่ยังคงฝ่าฝืนอยู่ โจทก์ฟ้องบังคับขอให้รื้อถอนได้ โจทก์ยื่นแก้อุทธรณ์แล้ว ศาลอุทธรณ์ชอบที่จะพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.161 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.167 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.21 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.22 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.40 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.42

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าของผู้ครอบครองที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๔๖๕๒ แขวงสีลมเขตบางรัก กรุงเทพมหานคร และตึกแถวสี่ชั้นเลขที่ ๒/๙ ซึ่งก่อสร้างอยู่บนที่ดินดังกล่าว จำเลยได้จัดให้มีการดัดแปลงอาคารโดยก่อสร้างต่อเติมอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กเชื่อมต่อด้านหลังของตึกแถวเลขที่๒/๙ ดังกล่าวมีขนาดกว้าง ๓.๗๐ เมตร ยาว ๕.๖๕ - ๗.๐๐ เมตร สูง ๖ ชั้น ปกคลุมทางเดินด้านหลัง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น และการก่อสร้างนั้นเป็นกรณีที่ไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือออกใบอนุญาตให้ได้ เพราะขัดต่อข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ.๒๕๒๒ ข้อ ๗๖ (๔) และพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๒๑,๒๒, ๔๐ และ ๔๒ หัวหน้าเขตบางรักปฏิบัติราชการแทนโจทก์ได้แจ้งคำสั่งให้จำเลยรื้อถอนอาคารส่วนที่ดัดแปลงต่อเติมดังกล่าวภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง จำเลยได้รับคำสั่งเมื่อวันที่ ๑๒มิถุนายน ๒๕๒๘ แล้วไม่ได้อุทธรณ์คำสั่งต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ และไม่รื้อถอนอาคารส่วนที่ดัดแปลงต่อเติม ขอให้จำเลยรื้อถอนอาคารคอนกรีตส่วนที่ดัดแปลงต่อเติมดังกล่าว ถ้าจำเลยไม่ยอมรื้อให้โจทก์เป็นผู้รื้อถอนได้เอง โดยจำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย จำเลยให้การว่า มิได้เป็นผู้จัดการให้มีการก่อสร้างต่อเติมอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กต่อด้านหลังตึกแถวเลขที่ ๒/๙ จำเลยได้รับโอนอาคารดังกล่าวมาเมื่อปี ๒๕๑๘เจ้าของอาคารเดิมจะได้มีการดัดแปลงต่อเติมอาคารมาก่อนหรือไม่ จำเลยไม่ทราบ ต่อมาปี๒๕๒๘ ตึกแถวที่จำเลยรับโอนมาทรุดโทรมมีรอยร้าว จำเลยจึงซ่อมแซมให้มีสภาพเดิม ด้านหลังอาคารมีที่เว้นว่างประมาณ ๒ เมตร โจทก์ไม่มีอำนาจสั่งให้จำเลยรื้อถอน จำเลยไม่เคยได้รับหนังสือแจ้งให้ระงับการก่อสร้างหรือรื้อถอน ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ๑ ปีแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาดกว้าง๓.๗๐ เมตร ยาว ๕.๖๕ - ๗.๐๐ เมตร สูง ๖ ชั้น ส่วนที่ต่อเติมเชื่อมด้านหลังตึกแถวเดิมปกคลุมที่ว่างทางเดินหลังตึกแถวเลขที่ ๒/๙ ถนนจรูญเวียง แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพ-มหานคร หากจำเลยไม่ยอมรื้อถอนให้โจทก์รื้อถอนเอง โดยให้จำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยได้ดัดแปลงต่อเติมอาคารตึกแถวพิพาทขึ้นใหม่ปกคลุมทางเดินด้านหลังอาคารทำให้ไม่มีที่ว่างกว้างไม่น้อยกว่า ๒.๐๐ เมตร อันเป็นการขัดต่อข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ.๒๕๒๒ ข้อ ๗๖ (๔) ซึ่งเป็นกรณีที่ไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือออกใบอนุญาตให้ได้ โจทก์ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.๒๕๒๒ จึงมีอำนาจฟ้องให้จำเลยรื้อถอนอาคารตึกแถวพิพาทส่วนที่ดัดแปลงต่อเติมได้ คำพิพากษาฎีกาที่ ๖๙๔/๒๕๓๐ และ ๒๕๑๗/๒๕๓๐ ที่จำเลยอ้างมาในฎีกานั้นข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ที่จำเลยฎีกาว่า การฟ้องร้องตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.๒๕๒๒ต้องฟ้องภายในอายุความ ๑ ปี นับแต่วันรู้ตัวผู้กระทำผิด ฟ้องของโจทก์จึงขาดอายุความแล้วนั้นเห็นว่า ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.๒๕๒๒ ไม่มีข้อความในมาตราใดบัญญัติว่าให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือโจทก์ต้องฟ้องภายในกำหนด ๑ ปี ดังที่จำเลยต่อสู้ การที่จำเลยดัดแปลงต่อเติมอาคารโดยขัดต่อข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครโดยไม่อาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้และไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ ซึ่งจำเลยต้องถูกบังคับให้รื้อถอนนั้น เมื่อเจ้าพนักงานได้แจ้งคำสั่งให้จำเลยรื้อถอนแต่จำเลยไม่รื้อ ตราบใดที่ยังคงฝ่าฝืนอยู่โจทก์ฟ้องขอให้รื้อถอนได้ ที่จำเลยฎีกาประการสุดท้ายว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยใช้ค่าทนายความแทนโจทก์ ๑,๐๐๐ บาท ไม่ถูกต้อง เพราะโจทก์ไม่อุทธรณ์และไม่แก้อุทธรณ์ฎีกานั้น เห็นว่าเป็นสิทธิของโจทก์ซึ่งเป็นฝ่ายชนะคดีในศาลชั้นต้นที่จะไม่ยื่นอุทธรณ์ และปรากฏว่าโจทก์ได้ยื่นแก้อุทธรณ์ลงวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๓๐ ไว้แล้ว ศาลอุทธรณ์จึงพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1526/2534 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โจทก์ นางลาวัณย์ วิริยะโกวิทยาหรือภู่พกสกุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร · จำเลย - นางลาวัณย์ วิริยะโกวิทยาหรือภู่พกสกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลิต ประไพศาล · เจริญ นิลเอสงฆ์ · อัมพร ทองประยูร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายประพาฬ อนมาน · ศาลอุทธรณ์ - นายสมภพ โชติกวณิชย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 79/2501ฎีกา 1781/2509ฎีกา 3651/2526ฎีกา 951/2542ฎีกา 2303/2533ฎีกา 3342/2533ฎีกา 2627/2522ฎีกา 6052/2537ฎีกา 7139/2538ฎีกา 8337/2540ฎีกา 6620/2550ฎีกา 3277/2532ฎีกา 2170/2517ฎีกา 533/2521ฎีกา 12104/2553ฎีกา 5832/2541ฎีกา 10842/2558ฎีกา 4785/2534ฎีกา 3543/2545ฎีกา 5016/2538ฎีกา 2591/2543ฎีกา 3070/2550ฎีกา 1726/2536ฎีกา 6196/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา