คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1556/2534
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำขึ้นโดยมีข้อตกลงให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ไปซึ่งสิทธิอันเด็ดขาดอย่างใดอย่างหนึ่งนั้น หากข้อตกลงนั้นมีลักษณะเป็นการให้โดยเสน่หาฝ่ายเดียวโดยไม่มีการชำระหนี้ตอบแทน ย่อมไม่เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความที่สมบูรณ์ตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยลงชื่อในหนังสือสัญญากู้โดยไม่กรอกข้อความ โจทก์ได้กรอกข้อความในหนังสือสัญญากู้นั้นว่าจำเลยกู้ยืมเงิน 60,000 บาท โดยจำเลยไม่ยินยอมสัญญากู้ยืมเงินไม่สมบูรณ์ ดังนี้โจทก์ไม่อาจนำมาเป็นหลักฐานฟ้องบังคับจำเลยได้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำสัญญากู้ยืมเงินโจทก์จำนวน 60,000 บาทโดยจำเลยยอมเสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี หลังจากจำเลยได้รับเงินกู้ไปแล้ว จำเลยไม่เคยชำระดอกเบี้ยให้แก่โจทก์เลยโจทก์ให้ทนายความมีหนังสือทวงถามแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉยไม่ชำระจำเลยค้างชำระดอกเบี้ยเป็นเงิน 12,750 บาท รวมต้นเงินและดอกเบี้ยที่จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์จนถึงวันฟ้องเป็นเงิน72,750 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 72,750 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย
จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยกู้ยืมเงินโจทก์จำนวน 60,000 บาทตามที่โจทก์ฟ้อง โจทก์มีอาชีพรับซื้อพืชผลจากชาวไร่ จำเลยเคยนำพืชผลไปขายให้โจทก์ ในระหว่างที่ยังมิได้เก็บพืชผล หากจำเลยไม่มีเงินจำเลยจะกู้ยืมเงินโจทก์ครั้งละ 200-300 บาท เมื่อเก็บพืชผลได้ก็จะนำไปขายให้โจทก์ โจทก์จะนำเงินที่ขายได้ไปหักหนี้เงินที่กู้ยืมพร้อมดอกเบี้ย หากมีเงินเหลือจึงจะจ่ายให้จำเลยในการกู้ยืมเงินจากโจทก์ โจทก์จะให้จำเลยลงชื่อในสัญญากู้ยืมเงินโดยมิได้กรอกข้อความไว้ จำเลยไม่เคยติค้างเงินที่จำเลยกู้ยืมไปจากโจทก์ จำเลยได้นำพืชผลไปขายให้แก่คนอื่น โจทก์ไม่พอใจจึงได้นำสัญญากู้ยืมเงินที่จำเลยลงชื่อไว้ไปกรอกข้อความแล้วนำมาฟ้องจำเลย
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 60,000 บาทให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...จึงมีน้ำนักน่าเชื่อว่าจำเลยลงชื่อในเอกสารหมาย จ.1 โดยไม่กรอกข้อความ โจทก์ได้นำไปกรอกข้อความว่าจำเลยกู้ยืมเงิน 60,000 บาท ในภายหลังโดยจำเลยไม่ยินยอม สัญญากู้ยืมเงินดังกล่าวจึงไม่สมบูรณ์ ไม่อาจนำมาเป็นหลักฐานเพื่อฟ้องบังคับเอาแก่จำเลยได้..."
พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1556/2534
นาง รัต นา บรรจง โจทก์
นาง ทราย ดี เพียร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาง รัต นา บรรจง · จำเลย - นาง ทราย ดี เพียร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อุระ หวังอ้อมกลาง · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · เพ็ง เพ็งนิติ |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ