⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1920/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1920/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขายทอดตลาดทรัพย์จำนองโดยปลอดจำนอง เจ้าพนักงานบังคับคดีควรตั้งราคาขายขั้นต่ำเท่ากับวงเงินจำนองพร้อมค่าอุปกรณ์ เว้นแต่จะมีเหตุผลพิเศษเพื่อประโยชน์ของคู่ความ หรือได้รับความยินยอมจากเจ้าหนี้จำนอง. การขายทอดตลาดทรัพย์จำนองในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดอย่างมาก โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร อาจถือได้ว่าเป็นการดำเนินการที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติว่าด้วยการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง.

ย่อคำพิพากษา

ในการขายทอดตลาดโดยปลอดจำนองนั้น เจ้าพนักงานบังคับคดีควรตั้งราคาขายขั้นต่ำเท่ากับวงเงินจำนองพร้อมค่าอุปกรณ์ ถ้าจะขายราคาต่ำกว่านั้นควรให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้จำนองยินยอมหรือมีเหตุผลพิเศษเพื่อประโยชน์ของคู่ความ เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์จำนองให้ผู้ซื้อทรัพย์ ไปในราคาเพียง 205,000 บาท ต่ำกว่าวงเงินจำนองเมื่อ 5 ปีก่อน ถึง45,000 บาท ทั้งที่เพิ่งเป็นการขายทอดตลาดครั้งแรก และไม่ ปรากฏเหตุผลพิเศษที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะต้องรีบด่วนขายไปใน ราคานี้ และได้ความต่อมาว่า หลังจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกเลิกการขายทอดตลาดนี้แล้ว เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการขายทอดตลาด ใหม่มีผู้ซื้อได้โดยให้ราคาสูงสุดถึง 360,000 บาท ซึ่งสูงกว่า การ ขายทอดตลาดครั้งพิพาทถึง 155,000 บาท ยิ่งแสดงให้เห็นว่า ราคาที่เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดให้ผู้ซื้อทรัพย์ไปนั้น ต่ำ เกิน ไปมาก ไม่ใช่ราคาที่พอสมควร ส่อให้เห็นวี่แวว อันไม่สุจริต ถือได้ว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายทอดตลาดฝ่าฝืนบทบัญญัติ ว่าด้วย การ บังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคสอง โจทก์จึงชอบ ที่จะขอให้ยกเลิกเสียได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.296 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.308 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.509 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.715

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาด หากบังคับจำนองได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์จนครบ และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ ต่อมาจำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างทรัพย์จำนองดังกล่าวโดยประเมินราคาทรัพย์ไว้ 204,000 บาท ในวันนัดขายทอดตลาดเจ้าพนักงานบังคับคดีได้เคาะได้ขายให้แก่ร้อยตำรวจเอกเบญจพลผู้ซื้อทรัพย์ซึ่งให้ราคาสูงสุดเป็นเงิน205,000 บาท โจทก์ยื่นคำร้องว่า ราคาที่เจ้าพนักงานบังคับคดีขายให้แก่ผู้ซื้อทรัพย์นั้นต่ำกว่าราคาที่เป็นจริงมากและไม่พอชำระหนี้แก่โจทก์ ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ระงับการขายทอดตลาด และให้ขายทอดตลาดใหม่อีกครั้งหนึ่ง ผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำคัดค้านว่า ราคาที่เจ้าพนักงานบังคับคดีขายให้แก่ผู้ซื้อทรัพย์นั้นสูงกว่าราคาประเมินขณะที่ยึดทรัพย์ และเป็นราคาที่พอสมควรแล้ว การขายทอดตลาดได้กระทำไปโดยชอบแล้ว ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกเลิกการขายทอดตลาดและให้เจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยใหม่ ผู้ซื้อทรัพย์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าทรัพย์พิพาทติดจำนองแก่โจทก์โดยจดทะเบียนเมื่อปี พ.ศ. 2526 ในวงเงิน 250,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยขณะยึดทรัพย์เจ้าพนักงานบังคับคดีประเมินราคาทรัพย์ไว้ 204,000 บาท ผู้ซื้อทรัพย์ประมูลซื้อจากการขายทอดตลาดได้ในราคา 205,000 บาท ปัญหามีว่า มีเหตุยกเลิกการขายทอดตลาดตามคำร้องของโจทก์หรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ในการขายทอดตลาดทรัพย์พิพาทโดยปลอดจำนองนั้น เจ้าพนักงานบังคับคดีควรตั้งราคาขายขั้นต่ำเท่ากับวงเงินจำนองพร้อมค่าอุปกรณ์ ถ้าจะขายราคาต่ำกว่านั้นควรให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้จำนองยินยอม หรือมีเหตุผลพิเศษเพื่อประโยชน์ของคู่ความแต่การขายทอดตลาดครั้งนี้กลับปรากฏว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดให้ผู้ซื้อทรัพย์ไปในราคารเพียง 205,000 บาท ต่ำกว่าวงเงินจำนองเมื่อ 5 ปีก่อน ถึง45,000 บาท ทั้งที่เพิ่งเป็นการขายทอดตลาดครั้งแรก และไม่ปรากฏเหตุผลพิเศษที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะต้องรีบด่วนขายไปในราคานี้ และได้ความต่อมาว่า หลังจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกเลิกการขายทอดตลาดนี้แล้ว เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการขายทอดตลาดใหม่ มีผู้ซื้อได้โดยให้ราคาสูงสุดถึง 360,000 บาท ซึ่งได้ราคาสูงกว่าการขายทอดตลาดครั้งพิพาทถึง 155,000 บาท ยิ่งแสดงให้เห็นว่า ราคาที่เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดให้ผู้ซื้อทรัพย์ไปนั้นต่ำเกินไปมาก ไม่ใช่ราคาที่พอสมควรส่อให้เห็นวี่แววอันไม่สุจริต ถือได้ว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายทอดตลาดฝ่าฝืนบทบัญญัติว่าด้วยการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคสอง โจทก์จึงชอบที่จะขอให้ยกเลิกเสียได้ พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำสั่งของศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1920/2534 ธนาคาร กรุงเทพ ฯ พาณิชย์ การ จำกัด โจทก์ ผู้ซื้อ ทรัพย์ โจทก์ ร้อยตำรวจเอก เบญจ พล จันทวรร ณ โจทก์ นาง นิภาวัลย์ ไทยดำรงค์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร กรุงเทพ ฯ พาณิชย์ การ จำกัด · โจทก์ - ผู้ซื้อ ทรัพย์ · โจทก์ - ร้อยตำรวจเอก เบญจ พล จันทวรร ณ · จำเลย - นาง นิภาวัลย์ ไทยดำรงค์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุเทพ กิจสวัสดิ์ · ถาวร ตันตราภรณ์ · ประศาสน์ ธำรงกาญจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 594/2534ฎีกา 2573/2552ฎีกา 8396/2538ฎีกา 6968/2537ฎีกา 2210/2537ฎีกา 5706/2537ฎีกา 5378/2544ฎีกา 7466/2538ฎีกา 7569/2549ฎีกา 5086/2537ฎีกา 3781/2545ฎีกา 2444/2518ฎีกา 6681/2541ฎีกา 780/2535ฎีกา 14209/2555ฎีกา 5388/2534ฎีกา 437/2508ฎีกา 353/2536ฎีกา 2422/2545ฎีกา 241/2499ฎีกา 5768/2534ฎีกา 8337/2540ฎีกา 1634/2532ฎีกา 2644/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา