⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2330/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2330/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่จัดซื้อจัดการพัสดุและได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เกี่ยวกับด้านการเงิน หากเบียดบังเงินที่อยู่ในความครอบครองตามหน้าที่ไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว ถือเป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นเจ้าพนักงานประจำโรงพยาบาล มีหน้าที่จัดซื้อจัดการซ่อมแซม และดูแลรักษาพัสดุครุภัณฑ์และได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เกี่ยวกับด้านการเงินด้วย จำเลยได้ลงชื่อคู่กับผู้อำนวยการโรงพยาบาลในฐานะเจ้าของบัญชีและผู้มอบฉันทะในแบบถอนเงินจำนวน14,000 บาท จากบัญชีเงินบำรุงโรงพยาบาลพรหมพิรามมาสำรองจ่ายค่าพัสดุครุภัณฑ์ ซึ่งจำเลยมีหน้าที่จัดซื้อแล้วมอบให้ ส. นำไปถอนเงินจำนวนดังกล่าวจากธนาคารมาให้ตน จำเลยได้รับแล้วมิได้จัดซื้อพัสดุครุภัณฑ์แต่อย่างใด และปรากฏว่าเงินจำนวนนี้ได้ขาดหายไปจากบัญชี การกระทำของจำเลยเป็นการเบียดบังเงินจำนวน 14,000บาท ที่อยู่ในความครอบครองตามหน้าที่ของตนไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวซึ่งเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 147.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.147

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 151,157 ให้จำเลยคืนเงินจำนวน 14,000 บาท แก่เจ้าของทรัพย์และนับโทษจำเลยคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาของศาลชั้นต้น จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ให้ลงโทษจำคุก 7 ปี ให้จำเลยคืนเงินจำนวน 14,000 บาท แก่เจ้าของทรัพย์ ข้อหาอื่นให้ยกเสีย ส่วนคำขอให้นับโทษต่อจากคดีอาญาของศาลชั้นต้น ปรากฏว่าศาลพิพากษายกฟ้องคดีดังกล่าวจึงให้ยกคำขอส่วนนี้ด้วย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ในขณะเกิดเหตุคดีนี้จำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงาน ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ธุรการ 3 โรงพยาบาลพรหมพิรามสังกัดสำนักงานสาธารณสุข จังหวัดพิษณุโลก สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีหน้าที่จัดซื้อ จัดการ ซ่อมแซม และดูแลรักษาพัสดุครุภัณฑ์และได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เกี่ยวกับด้านการเงินด้วยได้ลงลายมือชื่อคู่กับนายแพทย์พลเดช ปิ่นประทีป ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพรหมพิรามในฐานะเจ้าของบัญชีและผู้มอบฉันทะในแบบถอนเงินจากบัญชีบำรุงโรงพยาบาลพรหมพิราม มาสำรองจ่ายค่าพัสดุครุภัณฑ์ซึ่งจำเลยมีหน้าที่จัดซื้อ แล้วจำเลยได้มอบให้พลตำรวจสุธรรมบุตรจันทร์ นำไปถอนเงินจำนวน 14,000 บาท จากธนาคารมาให้ตนจำเลยได้รับเงินจำนวน 14,000 บาท จากพลตำรวจสุธรรมมาแล้วมิได้จัดซื้อพัสดุครุภัณฑ์แต่อย่างใด แต่ปรากฏว่าเงินจำนวนดังกล่าวได้ขาดหายไปจากบัญชี การกระทำของจำเลยจึงเป็นการเบียดบังเงินจำนวน 14,000 บาทที่อยู่ในความครอบครองตามหน้าที่ของตนไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว พยานจำเลยมีตัวจำเลยปากเดียวเบิกความลอย ๆ ว่า จำเลยมิได้เบียดบังเงินจำนวนดังกล่าว เงินจำนวนดังกล่าวจะจ่ายเป็นค่าซื้อวัสดุอะไรจำเลยไม่ทราบ จำเลยไม่มีพยานอื่นมาสนับสนุน คำเบิกความของจำเลยจึงเลื่อนลอย ไม่มีเหตุผลรับฟัง พยานโจทก์ที่นำสืบมีน้ำหนักมั่นคงรับฟังได้ว่าจำเลยกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 พยานจำเลยที่นำสืบไม่มีน้ำหนักรับฟังหักล้างพยานโจทก์ได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2330/2534 พนักงานอัยการ จังหวัด พิษณุโลก โจทก์ นาย บุญ เลิศ มี จันโท จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด พิษณุโลก · จำเลย - นาย บุญ เลิศ มี จันโท
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสียง ตรีวิมล · บุญศรี กอบบุญ · สมศักดิ์ วิธุรัติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1092/2505ฎีกา 1503/2536ฎีกา 1267/2500ฎีกา 1172/2511ฎีกา 1491/2537ฎีกา 605/2511ฎีกา 3313/2524ฎีกา 3793/2530ฎีกา 898/2525ฎีกา 702/2532ฎีกา 8362/2553ฎีกา 3620/2566ฎีกา 4000/2528ฎีกา 6114/2560ฎีกา 3596/2525ฎีกา 3224-3225/2527ฎีกา 845/2550ฎีกา 1461/2522ฎีกา 602/2502ฎีกา 778/2506ฎีกา 496/2506ฎีกา 13624/2555ฎีกา 1293/2502ฎีกา 4964/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา