⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2560/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2560/2534

ป.พ.พ. ม.1382, 1387, 1400 ฯลฯ · ป.วิ.แพ่ง ม.249

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การใช้ทางพิพาทในที่ดินของผู้อื่นโดยอาศัยวิสาสะหรือตามประเพณีของชาวบ้าน แม้จะใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานเกินกว่า 10 ปี ก็ไม่ทำให้เกิดสิทธิภารจำยอมโดยอายุความ.

ย่อคำพิพากษา

การที่ราษฎรได้ใช้ทางพิพาทเป็นทางโคกระบือเดินผ่านที่ดินจำเลยเป็นการใช้ชั่วคราวโดยวิสาสะตามประเพณีของชาวบ้าน โจทก์ซึ่งอยู่บ้านใกล้เคียงก็ได้ขออาศัยเดินผ่านที่ดินจำเลยออกสู่ถนนด้วยแต่ภายหลังโจทก์จะถมดินขยายทางเพื่อให้รถยนต์เข้าออกได้อย่างถาวรจำเลยจึงไม่ยอม ดังนี้ การที่โจทก์ขออาศัยเดินผ่านทางพิพาทในที่ดินจำเลยจึงเป็นการใช้ทางโดยอาศัยสิทธิของจำเลยผู้เป็นเจ้าของที่ดินทั้งตามพฤติการณ์ถือได้ว่าโจทก์ใช้ทางพิพาทโดยถือวิสาสะ แม้โจทก์จะใช้ทางพิพาทติดต่อกันเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปี ทางพิพาทก็ไม่ตกเป็นทางภารจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์โดยอายุความ.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1387 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1400 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1401

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1387 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1400 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ซื้อที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์จากนายโพธิ์ เกิดทรง เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2514 ที่ดินของโจทก์ไม่มีส่วนใดติดกับถนนสายอยุธยา-เสนา โจทก์จึงต้องใช้ทางผ่านทางกระบือซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของที่ดินโจทก์แล้วมาผ่านที่ดินของจำเลย มีขนาดกว้าง 6.30 เมตร ยาวตลอดแนวที่ดินของจำเลยเป็นทางเดินและนำรถยนต์ผ่านเข้าออกตามแผนที่ท้ายฟ้อง โจทก์ใช้ที่ดินของจำเลยเป็นทางโดยสงบเปิดเผยด้วยเจตนาจะได้สิทธิภารจำยอมนับตั้งแต่ซื้อที่ดินมาจนถึงปัจจุบันนี้เป็นเวลา 14 ปีเศษ จำเลยและบิดาจำเลยมิได้ขัดขวางแต่อย่างใด โจทก์จึงได้ทางภารจำยอมโดยอายุความ เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2529 จำเลยนำดินมาถมทิ้งไว้ปิดครึ่งทางพิพาทตลอดแนว ทำให้โจทก์ใช้ทางไม่สะดวกได้รับความเดือดร้อน ขอศาลพิพากษาว่าทางตามรูปแผนที่ท้ายฟ้องขนาดกว้าง6.30 เมตร ยาวตลอดแนวในที่ดิน ส.ค.1 เลขที่ 60 ตำบลพระขาวอำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ของจำเลยไปสู่ถนนสายอยุธยา-เสนา ตกอยู่ในภารจำยอมและบังคับให้จำเลยขนดินออกไปจากทางภารจำยอมทำให้อยู่ในสภาพดีดังเดิม หากไม่ปฏิบัติตามให้โจทก์เป็นผู้ทำแทนโดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด จำเลยให้การว่า ด้านทิศตะวันออกของที่ดินโจทก์มีทางสาธารณะใช้เป็นทางเดินและนำรถยนต์ผ่านเข้าออกสู่ถนนสายอยุธยา-เสนา ได้โจทก์และชาวบ้านใช้ทางนี้ไม่มีทางภารจำยอมตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่โจทก์จำเลยไม่โต้เถียงกันรับฟังได้ว่าระหว่างที่ดินโจทก์ด้านทิศตะวันออกกับที่ดินจำเลยมีทางกระบือสาธารณประโยชน์คั่นอยู่ โจทก์ใช้ทางกระบือแล้วเดินผ่านทางพิพาทซึ่งอยู่ในที่ดินจำเลยกว้างประมาณ 6 เมตร ยาวตลอดแนวไปจดถนนสายอยุธยา-เสนา มานานประมาณ 14 ปี มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าทางพิพาทตกเป็นทางภารจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์โดยอายุความหรือไม่ พิเคราะห์แล้ว ตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้องกับรูปที่ดินซึ่งเจ้าพนักงานที่ดินไปสำรวจ ทางสาธารณะหรือทางกระบือไปสิ้นสุดตรงที่ดินของนายสมพงษ์ ไตรเพียร นายหยวก ฉายโพธิ์พฤกษ์ พยานโจทก์ซึ่งเคยเป็นผู้ใหญ่บ้านมานานถึง 25 ปี เบิกความว่า ทางกระบือนี้ไม่ได้ใช้มานานประมาณ 3 ปี เพราะนายสมพงษ์เอาดินมาถมปิดกั้นและนายหยวกยังได้ให้บันทึกถ้อยคำต่อหน้านายอำเภอบางบาลว่าที่ดินแปลงที่จำเลยขอออก น.ส.3 นี้ เดิมมีสภาพเป็นที่ว่างเปล่าราษฎรใช้เป็นทางเดินของโคกระบือเพื่อไปลงน้ำ ต่อมาเมื่อประมาณ4 ปีเศษ ราษฎรเลิกใช้ทางดังกล่าว เพราะเลิกเลี้ยงโคกระบือและมีทางอื่นเดินได้สะดวกกว่า ปัจจุบันคงมีโจทก์ได้ใช้ประโยชน์เป็นทางรถยนต์เข้าบ้านเพียงผู้เดียว จะมีผู้อื่นใช้บ้างก็เพียงผู้มาซื้อของในบ้านโจทก์เท่านั้น นายฟอง เกิดหาญ อายุ 72 ปี อยู่บ้านติดกับบ้านโจทก์เบิกความเป็นพยานโจทก์ว่า โจทก์กับนายผ่อน เกิดโภคาสามีจำเลยสนิทสนมคุ้นเคยกันดี นายผ่อนมาซื้อสุราที่บ้านโจทก์เป็นประจำทราบว่า ทางพิพาทโจทก์ได้ขออนุญาตนายผ่อนเดินเข้าออกโดยได้ยินคนเขาพูดกัน ด้านทิศใต้ของที่ดินโจทก์ซึ่งมีนางชด(ไม่ปรากฏนามสกุล) ปลูกคอกวัวอยู่ก็มีทางสาธารณะออกสู่ถนนสายอยุธยา-เสนาได้ ชาวบ้านหลายครัวเรือนก็ใช้ทางนี้รวมทั้งโจทก์ด้วยโจทก์เพิ่งปิดประตูทางด้านทิศใต้ ไม่ได้ใช้ทางดังกล่าวเข้าออกประมาณ 2 ปี ตัวโจทก์เบิกความว่า เมื่อนายอุทิศ สุขสมสุข บุตรเขยได้มาอาศัยอยู่ที่บ้านโจทก์ นายอุทิศได้นำรถยนต์ของนายอุทิศผ่านทางพิพาทมาจอดไว้ที่บ้านโจทก์ ข้อเท็จจริงดังกล่าวทำให้น่าเชื่อว่าการที่ราษฎรได้ใช้ทางพิพาทเป็นทางโคกระบือเดินผ่านที่ดินจำเลยไปนั้นเป็นการใช้ชั่วคราวโดยวิสาสะตามประเพณีของชาวบ้าน โจทก์ซึ่งอยู่บ้านใกล้เคียงก็ได้ขออาศัยเดินผ่านที่ดินจำเลยออกสู่ถนนด้วยแต่ภายหลังโจทก์จะถมดินขยายทางเพื่อให้รถยนต์เข้าออกได้อย่างถาวรจำเลยจึงไม่ยินยอม ดังนี้ การที่โจทก์ได้ขออาศัยเดินผ่านทางพิพาทในที่ดินจำเลยจึงเป็นการใช้ทางโดยอาศัยสิทธิของจำเลยผู้เป็นเจ้าของที่ดินทั้งตามพฤติการณ์ถือได้ว่า โจทก์ใช้ทางพิพาทโดยการถือวิสาสะ แม้โจทก์จะใช้ทางพิพาทติดต่อกันเป็นเวลาเกินกว่า10 ปี ทางพิพาทก็ไม่ตกเป็นทางภารจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์โดยอายุความ..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2560/2534 นาย ประเทือง เครือ โต โจทก์ นาง บัว ผัน เกิดโภ คา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ประเทือง เครือ โต · จำเลย - นาง บัว ผัน เกิดโภ คา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พนม พ่วงภิญโญ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · อุดม มั่งมีดี
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 3231/2557ฎีกา 4415/2528ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 605/2511ฎีกา 14887/2551ฎีกา 1360/2544ฎีกา 2520/2544ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 4470/2543ฎีกา 960/2559ฎีกา 8444/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1165/2537ฎีกา 6663/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ