⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3280/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3280/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอมที่ทำขึ้นโดยมิได้เป็นหนี้กันจริงเพื่อช่วยเหลือมิให้เจ้าหนี้อื่นบังคับชำระหนี้ได้นั้น ไม่ถือว่าเป็นหนี้ที่มีสิทธิขอเฉลี่ยทรัพย์สินหรือมีส่วนได้เสียในการบังคับคดี.

ย่อคำพิพากษา

หนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอมระหว่างผู้ร้องกับจำเลยที่ 3 เป็นหนี้สมยอมกัน ทำขึ้นโดยที่มิได้เป็นหนี้กันจริงเพื่อช่วยเหลือมิให้โจทก์และเจ้าหนี้อื่นบังคับชำระหนี้เอาจากทรัพย์สินของจำเลยที่ 3 ได้ จึงถือไม่ได้ว่าผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยที่ 3 ที่มีสิทธิยื่นคำขอเพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้ตนเข้าเฉลี่ยในทรัพย์สินหรือเงินที่ขายหรือจำหน่ายทรัพย์สินนั้นได้ และผู้ร้องมิใช่เป็นผู้มีสิทธิอันได้จดทะเบียนไว้โดยชอบหรือเป็นผู้ที่ได้ยื่นคำร้องขอตามมาตรา 288,289 และ 290 แห่ง ป.วิ.พ.ผู้ร้องจึงมิใช่เป็นผู้ที่มีส่วนได้เสียในวิธีการบังคับคดีอันเกี่ยวด้วยทรัพย์สินคดีนี้ตามมาตรา 280 แห่ง ป.วิ.พ. ผู้ร้องย่อมไม่มีอำนาจมายื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.280 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.289 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.290 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.296

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 ร่วมกันใช้เงินให้แก่โจทก์ จำเลยไม่ชำระ โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของจำเลยที่ 3 ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ประกาศขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าวแล้วนายพิชัย สุวรรณมาศ เป็นผู้สู้ราคาสูงสุดเป็นเงินจำนวน 250,000 บาทเจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานให้ศาลทราบ ศาลอนุญาตให้ขายได้ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2530 จำเลยที่ 3ได้โอนที่ดินขายทอดตลาดชำระหนี้ให้แก่ผู้ร้องไปแล้วตามคำพิพากษาตามยอมในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 123/2530 ของศาลชั้นต้น ระหว่างผู้ร้องคดีนี้ โจทก์ จำเลยที่ 3 คดีนี้จำเลย เจ้าพนักงานบังคับคดีก็ทราบดีอยู่แล้ว แต่ยังดำเนินการบังคับคดีโดยฝ่าฝืนกฎหมายขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าวไปโดยมิได้แจ้งคำสั่งศาลและวันเวลาขายทอดตลาดให้ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีทราบทั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ขายทอดตลาดไปต่ำกว่าราคาจริงและราคาประเมินของเจ้าพนักงานที่ดินมาก ขอให้มีคำสั่งยกกระบวนวิธีการบังคับคดีเสีย โจทก์และนายพิชัย สุวรรณมาศ ผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดยื่นคำคัดค้านใจความทำนองเดียวกันว่า หนี้ระหว่างผู้ร้องกับจำเลยที่ 3 เป็นการสมยอมกันทำขึ้นโดยมิได้เป็นหนี้กันจริง เป็นเจตนาลวงเพื่อมิให้โจทก์และเจ้าหนี้อื่นบังคับชำระหนี้เอาจากทรัพย์สินของจำเลยที่ 3 และเพื่อเป็นการประวิงการบังคับคดี ผู้ร้องจึงมิใช่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีนี้ ขณะโจทก์ทำการยึดที่พิพาทยังปรากฏหลักฐานทางทะเบียนมีชื่อจำเลยที่ 3 อยู่ เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงทำการยึดทรัพย์โดยชอบ ในการขายทอดตลาดเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ปิดประกาศและได้แจ้งให้จำเลยที่ 3 ทราบแล้วมีผู้เข้าสู้ราคาหลายคน ผู้สู้ราคาสูงสุดได้เสนอราคาสูงกว่าราคาที่ซื้อขายกันในท้องตลาดและสูงกว่าราคาประเมินของเจ้าพนักงานบังคับคดีการขายทอดตลาดจึงชอบแล้ว ผู้ร้องไม่มีสิทธิขอให้เพิกถอน ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่ขึ้นมาสู่ศาลฎีกาตามข้อฎีกาของผู้ร้องประการแรกมีว่า ผู้ร้องเป็นมีส่วนได้เสียในวิธีการบังคับคดีอันเกี่ยวด้วยทรัพย์สินคดีนี้หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่าปรากฏจากคำเบิกความของผู้ร้องอ้างตนเองเป็นพยานว่า จำเลยที่ 3ซึ่งเป็นอาของผู้ร้องอายุ 80 ปีเศษ ได้กู้ยืมเงินผู้ร้องไปหลายครั้งรวมแล้วเป็นเงินจำนวนกว่าหนึ่งล้านบาท แต่ไม่ปราฏจากทางนำสืบของผู้ร้องเลยว่า จำเลยที่ 3 ซึ่งมีอายุมากแล้ว ประกอบอาชีพอะไรและยืมเงินจำนวนมากของผู้ร้องไปใช้จ่ายอะไร ยิ่งกว่านี้ผู้ร้องเพิ่งมาฟ้องเรียกเงินกู้จากจำเลยที่ 3 ต่อศาลชั้นต้นเมื่อวันที่13 มีนาคม 2530 ซึ่งเป็นเวลาภายหลังจากโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 3 และศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันใช้เงินให้แก่โจทก์ไปแล้ว ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 17546/2529 ทั้งผู้ร้องกับจำเลยที่ 3 ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันให้ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมในวันยื่นฟ้องนั้นเอง โดยมิได้มีการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยที่ 3 แต่อย่างใด ประกอบกับหลังจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมแล้ว ผู้ร้องไปยื่นเรื่องราวขอให้ออกใบแทนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดินพิพาทเพื่อโอนให้แก่ผู้ร้องโดยอ้างว่าฉบับเดิมหายไป เจ้าพนักงานที่ดินบอกว่าต้องทำการรังวัดใหม่จึงจะออกใบแทนได้ ผู้ร้องก็มิได้ดำเนินการต่อไปอย่างใดด้วยทั้งขณะบังคับคดีนี้หลักฐานทางทะเบียนยังปรากฏว่ามีชื่อของจำเลยที่ 3 เป็นผู้ถือสิทธิการครอบครองที่ดินพิพาทอยู่ จากข้อเท็จจริงดังกล่าวมาแล้ว จึงเชื่อว่าหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอมระหว่างผู้ร้องกับจำเลยที่ 3 เป็นหนี้สมยอมกันทำขึ้นโดยที่มิได้เป็นหนี้กันจริงเพื่อช่วยเหลือมิให้โจทก์และเจ้าหนี้อื่นบังคับชำระหนี้เอาจากทรัพย์สินของจำเลยที่ 3 ได้จึงถือไม่ได้ว่าผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยที่ 3ที่มีสิทธิยื่นคำขอเพิ่มให้ศาลมีคำสั่งให้ตนเข้าเฉลี่ยในทรัพย์สินหรือเงินที่ขายหรือจำหน่ายทรัพย์สินนั้นได้ และผู้ร้องมิใช่เป็นผู้มีสิทธิอันได้จดทะเบียนไว้โดยชอบหรือเป็นผู้ที่ได้ยื่นคำร้องขอตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 288, 289 และ 290 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ผู้ร้องจึงมิใช่เป็นผู้ที่มีส่วนได้เสียในวิธีการบังคับคดีอันเกี่ยวด้วยทรัพย์สินคดีนี้ตามมาตรา 280 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ผู้ร้องย่อมไม่มีอำนาจมายื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดรายนี้" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3280/2534 บริษัท เงินทุน เอเซีย ธน กิจ จำกัด โจทก์ ผู้ซื้อ ทรัพย์ โจทก์ นาย พิชัย สุวรรณมาศ โจทก์ นาง อ้อน ศรีธัญรัตน์ ผู้ร้อง นาง สุภัทรา จังกาจิตต์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท เงินทุน เอเซีย ธน กิจ จำกัด · โจทก์ - ผู้ซื้อ ทรัพย์ · โจทก์ - นาย พิชัย สุวรรณมาศ · ผู้ร้อง - นาง อ้อน ศรีธัญรัตน์ · จำเลย - นาง สุภัทรา จังกาจิตต์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสียง ตรีวิมล · บุญศรี กอบบุญ · สมศักดิ์ วิธุรัติ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8454/2544ฎีกา 1145/2494ฎีกา 609/2526ฎีกา 770/2535ฎีกา 594/2534ฎีกา 7677/2557ฎีกา 2573/2552ฎีกา 1781/2509ฎีกา 6968/2537ฎีกา 3808/2526ฎีกา 5706/2537ฎีกา 1623/2537ฎีกา 5378/2544ฎีกา 7466/2538ฎีกา 1776/2512ฎีกา 5086/2537ฎีกา 1247/2510ฎีกา 780/2535ฎีกา 963-965/2510ฎีกา 2422/2545ฎีกา 241/2499ฎีกา 8337/2540ฎีกา 1065/2505ฎีกา 1492/2510
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ