⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3320/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3320/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หนังสือค้ำประกันที่ติดอากรแสตมป์ไม่ครบถ้วน หากได้มีการเสียอากรและเงินเพิ่มโดยชอบแล้วก่อนศาลมีคำพิพากษา ถือว่าตราสารนั้นบริบูรณ์และรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้

ย่อคำพิพากษา

ระหว่างพิจารณาโจทก์ส่งหนังสือค้ำประกันซึ่งติดอากรแสตมป์ไม่ครบถ้วนเป็นพยานแต่ก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา โจทก์ได้นำไปดำเนินการเสียเงินอากรและเงินเพิ่มอากรโดยชอบแล้วถือว่าหนังสือค้ำประกันเป็นตราสารที่ปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์ ย่อมรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ ปัญหาว่าศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์นำเอกสารไปเสียภาษีอากรและเงินเพิ่มโดยมิได้สอบถามจำเลยก่อนเป็นการไม่ชอบ จำเลยมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นศาลอุทธรณ์ และไม่เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ต้องห้ามฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249ประกอบ พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 153.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลรัษฎากร ม.113 ประมวลรัษฎากร ม.116 ประมวลรัษฎากร ม.117 ประมวลรัษฎากร ม.118 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.153

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2530 จำเลยที่ 1ขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวน 5,741,590.50 บาทแก่โจทก์ โดยตกลงว่าหากโจทก์เรียกเก็บเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินไม่ได้ยอมรับผิดใช้เงินตามตั๋วพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ทำสัญญาค้ำประกันจำเลยที่ 1 เมื่อครบกำหนดตามตั๋วสัญญาใช้เงินจำเลยที่ 1 ไม่ใช้เงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินโจทก์ให้ทนายความมีหนังสือทวงถามไปยังจำเลยทั้งสี่ 2 ครั้ง มีระยะเวลาห่างกันไม่น้อยกว่า 30วัน แต่จำเลยทั้งสี่ไม่ชำระ จำเลยทั้งสี่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพันตัวขอให้พิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ล้มละลาย จำเลยทั้งสี่ไม่ยื่นคำให้การและไม่สืบพยาน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสี่เด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 14 จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตราสารที่ประมวลรัษฎากร มาตรา 118 ห้ามรับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งนั้น หมายถึงตราสารที่ไม่ปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์ แต่หนังสือค้ำประกันเอกสารหมาย จ.5 โจทก์ได้นำไปดำเนินการเสียเงินอากรและเงินเพิ่มอากรโดยชอบตามมาตรา 113,116 แล้ว ถือว่าเป็นตราสารที่ปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์ตามมาตรา 117รับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ กฎหมายหาได้ห้ามนำตราสารไปดำเนินการเสียอากรในระหว่างพิจารณาคดีของศาลไม่ ส่วนที่จำเลยฎีกาว่าศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์นำเอกสารไปเสียภาษีอากรและเงินเพิ่มอากรโดยมิได้สอบถามจำเลยก่อนเป็นการไม่ชอบนั้น ในข้อนี้จำเลยมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลอุทธรณ์และไม่เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ประกอบพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 153 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3320/2534 ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด โจทก์ บริษัท ชัยรัตน์บราเดอร์ส จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด · จำเลย - บริษัท ชัยรัตน์บราเดอร์ส จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เพ็ง เพ็งนิติ · สวิน อักขรายุธ · สมชัย ศิริบุตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 163/2491ฎีกา 4884/2543ฎีกา 770/2535ฎีกา 6025/2538ฎีกา 2076/2542ฎีกา 6938/2539ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 6968/2537ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1030/2509ฎีกา 710/2542ฎีกา 5272/2544ฎีกา 8884/2543ฎีกา 194/2543ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา