⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3478-3479/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3478-3479/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากพนักงานอัยการฟ้องคดีเฉพาะจำเลยที่ 1 และผู้เสียหายฟ้องจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ในมูลความผิดเดียวกัน โดยศาลชั้นต้นสั่งรวมการพิจารณาเข้าด้วยกันแล้วพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสอง แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นยกฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 2 พนักงานอัยการจะไม่มีสิทธิฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ได้ เนื่องจากเป็นประเด็นนอกเหนือจากที่พนักงานอัยการได้ฟ้องไว้แต่ต้น

ย่อคำพิพากษา

พนักงานอัยการยื่นฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 1 ผู้เสียหายยื่นฟ้องจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ในมูลความผิดเดียวกัน ศาลชั้นต้นสั่งรวมการพิจารณาเข้าด้วยกัน แล้วพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสอง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นยกฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 2 ดังนี้ พนักงานอัยการไม่มีสิทธิฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 เพราะเป็นเรื่องนอกฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.216 ประมวลกฎหมายอาญา ม.362 ประมวลกฎหมายอาญา ม.364 ประมวลกฎหมายอาญา ม.365

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๖๒, ๓๖๔, ๓๖๕ (๒) (๓), ๘๓ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๖๕, ๘๓ จำคุกคนละ ๖ เดือน ทางนำสืบของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกคนละ ๔ เดือน จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๕ ประกอบด้วยมาตรา ๓๖๔ ให้ปรับ ๑,๕๐๐ บาท อีกสถานหนึ่ง เมื่อลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ แล้ว คงปรับ ๑,๐๐๐ บาท โทษจำคุกจำเลยที่ ๑ ให้รอการลงโทษไว้ ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ สำหรับจำเลยที่ ๒ ให้ยกฟ้อง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ทั้งสองสำนวนฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาโจทก์ทั้งสองเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๒ ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว วินิจฉัยว่าคำฟ้องของพนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคาม โจทก์ที่ ๑ ไม่ได้ฟ้องจำเลยที่ ๒ แม้ศาลชั้นต้นจะสั่งรับฎีกาของโจทก์ที่ ๑เฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๒ มาด้วย ซึ่งเป็นเรื่องนอกฟ้อง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้... และวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า โจทก์ที่ ๒ มีนางไกรและนางวิรัตน์เบิกความว่า จำเลยที่ ๒ ยืนขวางประตูไม่ให้นางไกรเข้าบ้าน แต่พยานโจทก์ที่ ๒ ทั้งสองปากมิได้ให้การถึงเรื่องนี้ไว้ในชั้นสอบสวนหากเป็นจริงดังที่พยานเบิกความ ก็น่าจะให้การไว้ในชั้นสอบสวนด้วย ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ ๒ ยืนขวางนางไกรไว้ในขณะที่จำเลยที่ ๑ เข้าไปเอาเครื่องเล่นวีดีโอเทป ลำพังแต่จำเลยที่ ๒ ไปและกลับพร้อมจำเลยที่ ๑ ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ ๒ ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ ๑เพราะข้อเท็จจริงอาจเป็นดังที่จำเลยที่ ๒ ต่อสู้ก็ได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3478 - 3479/2534 นายชูเชิด เกษมสุข โจทก์ นายสวัสดิ์ สายทิพย์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายชูเชิด เกษมสุข · จำเลย - นายสวัสดิ์ สายทิพย์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลิต ประไพศาล · อากาศ บำรุงชีพ · สมชัย ศิริบุตร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดมหาสารคาม - นายอุทัย โสภาโชติ · ศาลอุทธรณ์ - นายโกษา ปิยสิรานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 2718/2538ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536ฎีกา 5723-5724/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา