คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3779/2534
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
บุคคลภายนอกที่มิใช่คู่ความในคดี ไม่มีสิทธิฎีกาในคดีนั้น แม้จะได้รับผลกระทบจากคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
ในคดีชั้นร้องคัดค้านคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ที่ ไม่ ร้องขอให้เพิกถอนการโอนตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 146ซึ่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้เข้ามาเป็นคู่ความในคดี แล้วแต่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่ใช้สิทธิอุทธรณ์ฎีกา โจทก์เป็น เพียง บุคคลภายนอกแม้โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับโอนคนหนึ่งอาจถูก เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ร้องขอ ต่อศาลขอให้สั่งเพิกถอนการโอนต่อไป ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ก็ตาม โจทก์ก็ไม่ใช่คู่ความหรือถูกโต้แย้ง สิทธิในชั้นนี้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55ประกอบด้วยพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 153 โจทก์จึง ไม่มีสิทธิฎีกาคัดค้าน คำพิพากษาศาลอุทธรณ์.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้รายที่ 3 ซึ่งได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ไว้แล้ว และผู้ร้องได้ยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขอให้ดำเนินการเพิกถอนการโอนที่ดินโฉนดเลขที่39629 ถึง 39642, 39650 และ 39651 ตำบลอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบนจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งลูกหนี้โอนให้แก่โจทก์และบุตรเลี้ยงอีก4 คน คือ นางสาวสมคิด วีระวราศักดิ์ นางสมนิต ธนังหลั่งไหลนายยงศักดิ์ และนายศรศักดิ์ วีระวราศักดิ์ เพราะเป็นการรับโอนโดยไม่สุจริต แต่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีความเห็นไม่ร้องขอให้เพิกถอนการโอน ทำให้ผู้ร้องเสียหาย ขอให้ศาลมีคำสั่งกลับคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และเพิกถอนการโอนที่ดินตามโฉนดดังกล่าวเพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทั้งหลาย
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้รับโอนที่ดินทั้ง 16 โฉนด รับโอนโดยเสียค่าตอบแทนและสุจริต คำสั่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ชอบแล้ว ขอให้ยกคำร้อง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลขอให้สั่งเพิกถอนการโอนที่ดินระหว่างลูกหนี้กับผู้รับโอนตามโฉนดเลขที่ 39629 ถึง 39642, 39650 และ 39651ตำบลอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร รวม 16 โฉนด
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้รายหนึ่งยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพื่อให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ใช้อำนาจของตนร้องขอต่อศาลให้เพิกถอนการโอนทรัพย์สินระหว่างลูกหนี้กับผู้รับโอน ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 114 เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งไม่ร้องขอให้เพิกถอนการโอน ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ศาลมีคำสั่งกลับหรือแก้ไขหรือสั่งประการใดตามที่เห็นสมควรแก่คำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 146 ซึ่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้เข้ามาเป็นคู่ความในคดีแล้วแต่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่ใช้สิทธิฎีกา โจทก์เป็นเพียงบุคคลภายนอก แม้โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับโอนคนหนึ่งอาจจะต้องถูกเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ร้องขอต่อศาลขอให้สั่งเพิกถอนการโอนต่อไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ก็ตาม โจทก์ก็ไม่ใช่คู่ความหรือถูกโต้แย้งสิทธิในชั้นนี้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 55 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 153โจทก์จึงไม่มีสิทธิฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
พิพากษายกฎีกาโจทก์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3779/2534
นาง วไลพร วิ สิทธิ สมบูรณ์ โจทก์
นาง ยุ ภาวรรณ เกตุศิริ ผู้ร้อง
เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ ผู้คัดค้าน
นาย ปรีชา ประวิชัย จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาง วไลพร วิ สิทธิ สมบูรณ์ · ผู้ร้อง - นาง ยุ ภาวรรณ เกตุศิริ · ผู้คัดค้าน - เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ · จำเลย - นาย ปรีชา ประวิชัย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมชัย ศิริบุตร · สวิน อักขรายุธ · สมพงษ์ สนธิเณร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา