⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3807/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3807/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบาดเจ็บทางร่างกายและจิตใจที่ส่งผลให้เกิดความทุกข์ทรมาน ถือเป็นความเสียหายที่มิใช่ตัวเงิน ซึ่งผู้เสียหายมีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนได้

ย่อคำพิพากษา

การที่โจทก์เสียขาไปข้างหนึ่งและต้องเจ็บปวดทนทุกข์ทรมานนับว่าเป็นความเสียหายแก่ร่างกายและอนามัยของโจทก์ ถือเป็นความเสียหายที่มิใช่ตัวเงินอย่างหนึ่ง ซึ่งโจทก์มีสิทธิจะเรียกค่าเสียหายส่วนนี้ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 446.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.446

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์โดยสารปรับอากาศรับจ้างของจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 ขับรถยนต์บรรทุกถังนมของจำเลยที่ 4ด้วยความประมาท โดยขับรถสวนทางกันเข้าทางโค้งแล่นกิยทางเข้าไปในช่องทางจราจรของอีกฝ่ายหนึ่งเป็นเหตุให้รถยนต์ทั้งสองคันเฉี่ยวชนกันทำให้โจทก์ซึ่งโดยสารมาในรถยนต์โดยสารปรับอากาศซึ่งจำเลยที่ 1 เป็นผู้ขับ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขาขวาขาดต้องออกจากงานขอให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ค่าเสียหายทั้งสิ้นเป็นเงิน 1,240,000บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 มิได้เป็นเจ้าของรถยนต์โดยสารคันเกิดเหตุและจำเลยที่ 1 มิได้เป็นลูกจ้างหรือกระทำในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ไม่ได้มีส่วนประมาท เหตุเกิดขึ้นเพราะจำเลยที่ 3 ประมาทแต่เพียงผู้เดียว จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้น โจทก์เสียหายน้อยกว่าที่ฟ้อง โดยเสียหายไม่เกิน 106,000 บาท จำเลยที่ 3 และที่ 4 ให้การว่า จำเลยที่ 4 มิใช่เจ้าของรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุ และจำเลยที่ 3 ไม่ใช่ลูกจ้างของจำเลยที่ 4 เหตุเกิดเพราะความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 ค่าเสียหายของโจทก์เรียกมาสูงเกินสมควร ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2และจำเลยที่ 1 กระทำละเมิดต่อโจทก์ในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2ส่วนจำเลยที่ 3 มิได้เป็นฝ่ายประมาท จำเลยที่ 3 และที่ 4 ซึ่งเป็นนายจ้างของจำเลยที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิด พิพากษาให้จำเลยที่ 1และที่ 2 ร่วมกันใช้เงินจำนวน 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยจะเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 24 พฤษภาคม 2526 เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก และให้ยกฟ้องโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 3และที่ 4 จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์โดยสารปรับอากาศแซงรถยนต์คันอื่นขึ้นไปชนกับรถยนต์ที่จำเลยที่ 3 ที่ขับสวนทางมาในเส้นทางเดินรถของจำเลยที่ 3 ด้วยความประมาท เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัส แล้ววินิจฉัยว่า "...ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่าศาลล่างทั้งสองกำหนดค่าเสียหายที่โจทก์ต้องทนทุกข์ทรมานและเสียขาข้างหนึ่ง จำนวน 100,000 บาท นั้นมากเกินไป เพราะโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายในการทนทุกข์ทรมาน ค่าเสียหายส่วนนี้จึงไม่ควรเกินกว่า 50,000 บาท นั้นเห็นว่าการที่โจทก์เสียขาไปข้างหนึ่งและต้องเจ็บปวดทนทุกข์ทรมานนับว่าเป็นความเสียหายแก่ร่างกายและอนามัยของโจทก์ ถือเป็นความเสียหายที่มิใช่ตัวเงินอย่างหนึ่งซึ่งโจทก์มีสิทธิจะเรียกค่าเสียหายส่วนนี้จากจำเลยที่ 2 ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 446 และสำหรับกรณีของโจทก์นี้ ที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดค่าเสียหายจำนวน 100,000 บาท เป็นค่าเสียหายที่พอสมควรแล้ว อนึ่ง คำขอท้ายฟ้องของโจทก์ขอให้จำเลยทั้งสี่ชำระดอกเบี้ยนับแต่วันทำละเมิดเฉพาะค่าเสียหายจำนวน 132,000 บาท และ 144,000 บาทส่วนค่าเสียหายจำนวนอื่นขอให้ชำระดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้อง แต่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายตามฟ้องรวมกันมาทุกรายการเป็นเงินถึง 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันทำละเมิด จึงเป็นการพิพากษาเกินไปกว่าที่ปรากฏในคำฟ้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้องโดยให้จำเลยที่ 2 ชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และค่าเสียหายดังกล่าวเป็นหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ แม้จำเลยที่ 1 มิได้อุทธรณ์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นสมควรพิพากษาให้มีผลถึงจำเลยที่ 1 ด้วย" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันใช้เงินจำนวน500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 2 ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 12,000 บาท แทนโจทก์ นอกจากแก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3807/2534 เรือโท จำลอง พ่วง เภตรา โจทก์ นาย อ๊อด ศร สำราญ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - เรือโท จำลอง พ่วง เภตรา · จำเลย - นาย อ๊อด ศร สำราญ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุระ หวังอ้อมกลาง · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · เพ็ง เพ็งนิติ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1052/2506ฎีกา 506/2534ฎีกา 379/2518ฎีกา 559/2535ฎีกา 4982/2538ฎีกา 128/2522ฎีกา 162/2507ฎีกา 1008/2514ฎีกา 9221/2538ฎีกา 2501/2517ฎีกา 6303/2547ฎีกา 2341/2548ฎีกา 2614/2522ฎีกา 1085/2511ฎีกา 807/2473ฎีกา 3951/2534ฎีกา 5220/2539ฎีกา 2573/2518ฎีกา 2527/2553ฎีกา 247/2538ฎีกา 809/2487ฎีกา 3913/2548ฎีกา 1418/2534ฎีกา 627/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ