⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3861/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3861/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวางเงินต่อศาลเพื่อชำระหนี้ตามเช็ค สามารถทำได้โดยไม่ต้องขออนุญาตศาลอุทธรณ์.

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยขอวางเงินต่อศาลชั้นต้นเพื่อชำระหนี้ตามเช็คแก่โจทก์ จำเลยสามารถทำได้โดยไม่จำต้องได้รับอนุญาตจากศาลอุทธรณ์ส่วนการที่จำเลยขอให้ศาลอุทธรณ์รอการลงโทษเป็นเรื่องที่ศาลอุทธรณ์จะต้องวินิจฉัยในคำพิพากษาจากข้อเท็จจริงในสำนวนซึ่งศาลอุทธรณ์ก็ได้ทำคำพิพากษาเสร็จแล้ว เมื่อจำเลยยังมิได้วางเงินต่อศาลชั้นต้นเพื่อชำระหนี้ตามเช็คแก่โจทก์ จึงไม่มีเหตุที่ศาลอุทธรณ์จะต้อง ทำคำพิพากษาใหม่ ชอบที่จะสั่งยกคำร้องของจำเลยเสียได้ จำเลยอายุ 50 ปี อาชีพค้าขาย สำเร็จการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยมีภรรยาและบุตรผู้เยาว์ 4 คน อยู่ในความอุปการะเลี้ยงดู และในระหว่าง การพิจารณาของศาลฎีกาจำเลยได้บรรเทาผลเสียหายโดยวางเงิน จำนวนตามเช็คต่อสำนักงานวางทรัพย์กลางเพื่อชำระแก่โจทก์ไม่ปรากฏ ว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกมาก่อน สมควรรอการลงโทษให้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.187 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.215 ประมวลกฎหมายอาญา ม.56

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497มาตรา 3 ลงโทษจำคุกกระทงละ 3 เดือน รวม 3 กระทง จำคุก 9 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ระหว่างศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นงดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยจำเลยจะนำเงินตามเช็คมาวางศาลชำระหนี้แก่โจทก์ ขอให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่เพื่อรอการลงโทษแก่จำเลย ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้อง และพิพากษายืน จำเลยฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่าคำร้องของจำเลยยื่นในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ เพราะคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้อ่าน ศาลอุทธรณ์จึงต้องรับคำร้องของจำเลยไว้พิจารณานั้นเห็นว่า การที่จำเลยขอวางเงินต่อศาลเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยสามารถทำได้โดยไม่จำต้องได้รับอนุญาตจากศาลอุทธรณ์ ส่วนที่จำเลยขอให้ศาลอุทธรณ์รอการลงโทษนั้น เป็นเรื่องที่ศาลอุทธรณ์จะต้องวินิจฉัยในคำพิพากษาจากข้อเท็จจริงในสำนวน ซึ่งศาลอุทธรณ์ก็ได้ทำคำพิพากษาเสร็จไปแล้ว เมื่อข้อเท็จจริงตามคำร้องปรากฏว่าจำเลยยังมิได้วางเงินต่อศาลชั้นต้นเพื่อชำระหนี้ตามเช็คแก่โจทก์จึงไม่มีเหตุที่ศาลอุทธรณ์จะต้องทำคำพิพากษาใหม่ ชอบที่จะสั่งยกคำร้องของจำเลยเสียได้ ที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษนั้น เห็นว่า จำเลยอายุ 50 ปีแล้วมีอาชีพค้าขาย สำเร็จการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย มีภรรยาและบุตรผู้เยาว์ 4 คน อยู่ในความอุปการะเลี้ยงดู และในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาจำเลยได้บรรเทาผลเสียหายโดยวางเงินจำนวน150,000 บาท ตามเช็คต่อสำนักงานวางทรัพย์กลางเพื่อชำระแก่โจทก์ ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกมาก่อน สมควรให้โอกาสจำเลยปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีโดยรอการลงโทษให้ พิพากษาแก้เป็นว่า โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3861/2534 นาย พิชิต กมลรุ่งวรากุ ล โจทก์ นาย ประสิทธิ์ ถกลศ รี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย พิชิต กมลรุ่งวรากุ ล · จำเลย - นาย ประสิทธิ์ ถกลศ รี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุนพ กีรติยุติ · เสียง ตรีวิมล · สมศักดิ์ วิธุรัติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 17225/2557ฎีกา 1656/2544ฎีกา 1891/2500ฎีกา 7074/2541ฎีกา 5598/2540ฎีกา 404/2565ฎีกา 633/2540ฎีกา 2724/2550ฎีกา 664/2520ฎีกา 3911/2568ฎีกา 1795/2493ฎีกา 412/2540ฎีกา 370/2542ฎีกา 868/2497ฎีกา 13/2553ฎีกา 1249-1250/2492ฎีกา 738/2536ฎีกา 2226/2547ฎีกา 6505/2555ฎีกา 187/2530ฎีกา 8552/2552ฎีกา 988/2568ฎีกา 1049/2539ฎีกา 5887/2550
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา