⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 391/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 391/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ครอบครองที่ดินโดยอาศัยสิทธิของผู้ให้ครอบครอง ไม่ได้เป็นการแย่งการครอบครอง และไม่ต้องด้วยบทบัญญัติเรื่องการฟ้องคดีเอาคืนซึ่งการครอบครองภายในหนึ่งปี แม้ผู้ครอบครองจะครอบครองต่อไปนานเท่าใดก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยเสียภาษีบำรุงท้องที่ที่ดินพิพาทโดยไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รู้เห็นการกระทำดังกล่าว มิใช่เป็นการแย่งการครอบครองและไม่ถือว่าโจทก์สละสิทธิครอบครอง เมื่อจำเลยครอบครองที่ดินพิพาทในฐานะอาศัยโจทก์มาแต่แรกและไม่เคยบอกกล่าวว่าจะเปลี่ยนลักษณะการครอบครองโดยจะยึดถือเพื่อตน แม้จำเลยจะครอบครองที่ดินพิพาทต่อมาอีกนานเท่าใด โจทก์ก็ไม่ต้องฟ้องเอาคืนซึ่งการครอบครองภายในหนึ่งปี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.118 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.491 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1381

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขายฝากที่ดินพิพาท น.ส.3 ก. ไว้กับโจทก์โดยมีบ้านพิพาทปลูกอยู่ และจำเลยอาศัยทำกินพร้อมทั้งดูแลที่ดินพิพาทแทนโจทก์ตลอดมา เมื่อครบกำหนด จำเลยไม่ไถ่แต่ขออยู่อาศัยทำกินต่อไป โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยรื้อถอนบ้านพิพาทออกไป จำเลยก็เพิกเฉยขอให้บังคับจำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาท ห้ามมิให้เข้าเกี่ยวข้อง และให้จำเลยรื้อถอนบ้านพิพาทออกไปจากที่ดินพิพาทกับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกจากที่ดินพิพาท จำเลยให้การว่า จำเลยกู้เงินโจทก์ ระยะเวลากู้ 1 ปี โจทก์คิดดอกเบี้ยล่วงหน้า และให้จำเลยทำสัญญาขายฝากที่ดินพิพาทไว้ก่อนครบกำหนดไถ่จำเลยนำเงินไปไถ่ที่ดินพิพาท โจทก์ไม่ยอมให้ไถ่หลังครบกำหนดไถ่โจทก์ได้บอกให้จำเลยทำสัญญาเช่าที่ดินพิพาทจำเลยกับสามีไม่ยอมทำสัญญาเช่าและแสดงเจตนาครอบครองที่ดินพิพาทเป็นของตนมาเกินกว่าหนึ่งปีแล้ว โจทก์ไม่ได้ฟ้องคดีภายใน 1 ปี นับแต่เวลาถูกจำเลยแย่งการครอบครองที่ดินพิพาท โจทก์จึงหมดสิทธิฟ้องขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนบ้านออกไปจากที่ดินพิพาท ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องที่ดินพิพาท ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกจากที่ดินพิพาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาสุดท้ายในเรื่องโจทก์หมดสิทธิฟ้องเรียกเอาคืนซึ่งการครอบครองที่ดินพิพาทหรือไม่ ปัญหานี้จำเลยฎีกาว่าจำเลยเป็นผู้เสียภาษีบำรุงท้องที่ที่ดินพิพาท จะต้องฟังว่าจำเลยได้ครอบครองที่ดินพิพาทในฐานะเจ้าของ และการที่โจทก์ไม่เข้ามาจัดการที่ดินพิพาทแสดงเจตนาเป็นเจ้าของหลังจากพ้นกำหนดการขายฝาก กลับปล่อยให้จำเลยเป็นผู้เสียภาษีบำรุงท้องที่ที่ดินพิพาท ย่อมถือว่าโจทก์สละสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทแล้วนั้นเห็นว่า การที่จำเลยเสียภาษีบำรุงท้องที่ ที่ดินพิพาทโดยไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รู้เห็นการกระทำดังกล่าว มิใช่เป็นเรื่องการแย่งการครอบครองที่ดินพิพาท และไม่ถือว่าโจทก์สละสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท เมื่อจำเลยครอบครองที่ดินพิพาทในฐานะอาศัยโจทก์มาแต่แรก และจำเลยไม่เคยบอกกล่าวไปยังโจทก์ว่าจะเปลี่ยนลักษณะแห่งการครอบครองโดยจะครอบครองที่ดินพิพาทเพื่อตนเอง แม้จำเลยจะครอบครองที่ดินพิพาทต่อมาอีกนานเท่าใดก็ตาม โจทก์ไม่ต้องฟ้องเอาคืนซึ่งการครอบครองที่ดินพิพาทภายในหนึ่งปี" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 391/2534 นาย มณเฑียร สุขเอี่ยม โจทก์ นาง ทอง ใส กา ชัย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย มณเฑียร สุขเอี่ยม · จำเลย - นาง ทอง ใส กา ชัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประศาสน์ ธำรงกาญจน์ · ถาวร ตันตราภรณ์ · สุเทพ กิจสวัสดิ์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 945/2537ฎีกา 5317/2538ฎีกา 464/2497ฎีกา 129/2501ฎีกา 886/2515ฎีกา 1280/2492ฎีกา 1578/2493ฎีกา 912/2490ฎีกา 2938/2519ฎีกา 3649/2525ฎีกา 1131/2502ฎีกา 7214/2538ฎีกา 2170/2517ฎีกา 4832/2536ฎีกา 848/2534ฎีกา 1008/2510ฎีกา 546/2532ฎีกา 1093/2500ฎีกา 5007/2540ฎีกา 1348/2508ฎีกา 4303/2530ฎีกา 426/2501ฎีกา 234/2491
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา