⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3966/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3966/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การร้องทุกข์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2(7) ไม่จำเป็นต้องระบุรายละเอียดการกระทำความผิด และความแตกต่างเล็กน้อยระหว่างรายละเอียดการร้องทุกข์กับคำบรรยายฟ้องไม่ทำให้การร้องทุกข์เสียไป. ศาลแขวงมีอำนาจพิจารณาคดีหากจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำนาจของศาลนั้น.

ย่อคำพิพากษา

การร้องทุกข์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2(7) ไม่จำต้องระบุรายละเอียดในการกระทำความผิด แต่เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะสอบสวนในรายละเอียดต่อไป และแม้รายละเอียดในการร้องทุกข์จะแตกต่างกับคำบรรยายฟ้องไปบ้างก็ไม่ทำให้การร้องทุกข์เป็นไม่ชอบ แม้จำเลยจะอ้างว่าเหตุคดีนี้มิได้เกิดในเขตอำนาจของศาลแขวงพระนครเหนือ แต่จำเลยก็มีที่อยู่ในเขตอำนาจของศาลแขวงพระนครเหนือ ศาลแขวงพระนครเหนือจึงมีอำนาจพิจารณาคดีได้ตามป.วิ.อ. มาตรา 22(1).

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.22

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91,352, 353 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 เป็นความผิดต่างกรรมกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91จำคุกกระทงละ 2 เดือน รวม 3 กระทง จำคุก 6 เดือน จำเลยมิใช่เป็นผู้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของโจทก์ จึงไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353 ให้ยกฟ้องข้อหานี้ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกปัญหาจะต้องวินิจฉัยข้อแรกตามที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ร้องทุกข์ว่าจำเลยยักยอกเงิน 38,393.46 บาท แต่เมื่อฟ้องคดีโจทก์กลับบรรยายฟ้องว่า จำเลยได้ยักยอกเงินโจทก์ 3 รายการ รวมเป็นเงิน 38,225 บาท(ที่ถูก 38,252 บาท) ทั้งการร้องทุกข์มิได้ระบุรายละเอียดต่าง ๆการร้องทุกข์จึงไม่ชอบ จะใช้เป็นหลักฐานว่าโจทก์ได้ร้องทุกข์คดีนี้มิได้นั้น เห็นว่าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(7)บัญญัติเพียงว่า การร้องทุกข์หมายถึงการที่ผู้เสียหายกล่าวหาต่อเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาว่าได้มีผู้กระทำความผิดขึ้น และทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหาย และเป็นการกล่าวหาโดยมีเจตนาจะให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษ จึงหาจำต้องระบุรายละเอียดในการกระทำความผิดในขณะร้องทุกข์แต่อย่างใดไม่แต่เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนจะสอบสวนในรายละเอียดต่อไปและแม้รายละเอียดในการร้องทุกข์จะแตกต่างกับคำบรรยายฟ้องไปบ้าง ก็ไม่ทำให้การร้องทุกข์เป็นไม่ชอบแต่อย่างใด ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ปัญหาข้อต่อไปมีว่า ศาลแขวงพระนครเหนือมีอำนาจพิจารณาคดีนี้หรือไม่ เห็นว่า แม้จำเลยจะอ้างว่าเหตุคดีนี้มิได้เกิดในเขตอำนาจของศาลแขวงพระนครเหนือ แต่จำเลยมีที่อยู่ในเขตอำนาจของศาลแขวงพระนครเหนือ ดังนั้น ศาลแขวงพระนครเหนือจึงย่อมมีอำนาจพิจารณาคดีได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 22(1) ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3966/2534 บริษัท ทอง สยาม เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด โจทก์ นาย พิชัย ปิยะ วงศ์ รุ่งเรือง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท ทอง สยาม เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด · จำเลย - นาย พิชัย ปิยะ วงศ์ รุ่งเรือง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุระ หวังอ้อมกลาง · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · เพ็ง เพ็งนิติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8080/2538ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 11720/2555ฎีกา 5103/2528ฎีกา 389/2542ฎีกา 5138/2537ฎีกา 2794/2516ฎีกา 276/2520ฎีกา 1328/2523ฎีกา 1813/2531ฎีกา 10552/2553ฎีกา 3620/2566ฎีกา 420-421/2507ฎีกา 2386/2541ฎีกา 2027/2536ฎีกา 954/2502ฎีกา 183/2526ฎีกา 584/2519ฎีกา 4018/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา