คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3977/2534
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ประกอบอาชีพจำหน่ายหนังสือย่อมมีความรู้ความเข้าใจและประสบการณ์ในการตรวจสอบหนังสือที่จำหน่าย หากจำเลยรู้เห็นว่าหนังสือที่ขายหรือเสนอขายนั้นไม่ใช่หนังสือที่แท้จริงและมีลักษณะแตกต่างจากหนังสือที่เคยสั่งซื้อจากผู้ทรงลิขสิทธิ์ ย่อมถือว่าจำเลยขายหรือเสนอขายโดยรู้ว่าเป็นหนังสือที่ละเมิดลิขสิทธิ์.
ย่อคำพิพากษา
หนังสือของกลางจำนวน 91 เล่ม ที่จำเลยขายหรือเสนอขาย พิมพ์ลอกเลียนจากหนังสือฉบับแท้จริงของกระทรวงศึกษาธิการผู้เสียหายมีลักษณะแตกต่างจากหนังสือฉบับแท้จริงอย่างเห็นได้ชัด จำเลยเป็นพ่อค้าประกอบอาชีพจำหน่ายหนังสือแบบเรียนและแบบฝึกหัดมานานประมาณ20 ปีแล้ว มีร้านค้าของตนเองและเป็นตัวแทนจำหน่ายหนังสือแบบเรียนขององค์การค้าของคุรุสภา จำเลยย่อมมีความรู้ความเข้าใจมีประสบการณ์และความชำนาญในการตรวจตราหนังสือแบบเรียนและแบบฝึกหัดต่าง ๆ ที่สั่งมาจำหน่ายในร้านค้าของตนว่าถูกต้องหรือไม่ จำเลยได้รู้เห็นหนังสือของกลางนั้นอยู่แล้วว่าไม่ใช่เป็นหนังสือแบบเรียนหรือแบบฝึกหัดที่แท้จริงของผู้เสียหาย และย่อมสังเกตเห็นว่าหนังสือของกลางดังกล่าวมีลักษณะแตกต่างจากหนังสือของผู้เสียหายที่จำเลยเคยสั่งซื้อจากองค์การค้าของคุรุสภา ซึ่งผู้เสียหายสงวนลิขสิทธิ์ดังนี้ ถือได้ว่า จำเลยขายหรือเสนอขายหนังสือของกลางจำนวน 91 เล่มนั้นโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นหนังสือที่พิมพ์ขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายจำเลยจึงมีความผิดตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ฯ มาตรา 27.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 ม.27 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 ม.44
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521มาตรา 4, 27, 44, 47, 49 ริบของกลางและจ่ายค่าปรับแก่ผู้เสียหายตามกฎหมาย
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521 มาตรา 44 วรรคสอง ให้ปรับจำเลย 80,000 บาทให้จ่ายค่าปรับแก่กระทรวงศึกษาธิการผู้เสียหายเป็นจำนวนกึ่งหนึ่งไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนมีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30 หนังสือของกลางเฉพาะที่พิมพ์ขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายจำนวน 91 เล่ม ให้ตกเป็นของผู้เสียหายหนังสือของกลางนอกนั้นและหนังสือตามเอกสารหมาย จ.1 ไม่ริบ
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า จำเลยและภรรยา ประกอบกิจการค้าขายหนังสือ และร้านค้าของจำเลยเป็นผู้ขายส่งสินค้าขององค์การค้าของคุรุสภา จัดจำหน่ายหนังสือแบบเรียนและแบบฝึกหัดที่สั่งซื้อจากองค์การค้าของคุรุสภา เมื่อวันที่ 29สิงหาคม 2529 ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี และเจ้าหน้าที่ขององค์การค้าของคุรุสภา ได้ไปตรวจและยึดหนังสือแบบเรียนปลอมคือไม่ใช่หนังสือที่จัดพิมพ์โดยองค์การค้าของคุรุสภา จำนวน 91 เล่มซึ่งกระทรวงศึกษาธิการผู้เสียหายมีลิขสิทธิ์แต่ผู้เดียว จำเลยได้วางเสนอขายหนังสือปลอมดังกล่าวที่ร้านค้าจำเลย มีปัญหาชั้นฎีกาข้อเดียวตามฎีกาจำเลยว่า จำเลยขายหรือเสนอขายหนังสือจำนวน 91 เล่มโดยรู้อยู่แล้วว่าหนังสือนั้นได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายหรือไม่ เห็นว่าหนังสือของกลางจำนวน 91 เล่มนั้น พิมพ์ลอกเลียนจากหนังสือฉบับแท้จริงของผู้เสียหาย มีลักษณะแตกต่างจากหนังสือฉบับแท้จริงอย่างเห็นได้ชัด กล่าวคือ เลขวิ่งบอกจำนวนเล่มของหนังสือแต่ละเล่มที่พิมพ์ไว้บนปกด้านหลังจะซ้ำกันหรือเกินจำนวนเล่มหนังสือที่อนุญาตให้พิมพ์ตามที่ระบุไว้บนปกด้านใน รูปเล่มของหนังสือไม่ได้มาตรฐานขนาดรูปเล่มไม่เท่าฉบับแท้จริง อาจจะใหญ่กว่าหรือเล็กกว่าฉบับแท้จริง ตัวอักษรไม่ชัดเจนบางคำขาดหายไป รูปภาพตัวอักษร และหมึกที่ใช้พิมพ์จะซีดไม่ชัด สีจะไม่เหมือนฉบับแท้จริงลวดที่เย็บเล่มจะไม่ได้ขนาดจะเหลื่อมลักลั่นกันไม่คงที่ ดังเช่นหนังสือฉบับที่พิมพ์ลอกเลียนจากหนังสือฉบับแท้จริงตามเอกสารหมายป. จ.2 ถึง ป. จ.9 ซึ่งเห็นได้โดยง่ายว่าแตกต่างจากหนังสือฉบับแท้จริง ตามเอกสารหมาย ป. จ.10 ถึง ป. จ.15 จำเลยเป็นพ่อค้าประกอบอาชีพจำหน่ายหนังสือแบบเรียนและแบบฝึกหัดมานานประมาณ 20 ปีแล้ว มีร้านค้าของตนเองและเป็นตัวแทนจำหน่ายหนังสือแบบเรียนขององค์การค้าของคุรุสภา จำเลยย่อมมีความรู้ความเข้าใจมีประสบการณ์และความชำนาญในการตรวจตราหนังสือแบบเรียนและแบบฝึกหัดต่าง ๆ ที่สั่งมาจำหน่ายในร้านค้าของตนว่าถูกต้องหรือไม่ ไม่ใช่ไม่เอาใจใส่ตรวจตราเพราะมิฉะนั้นจำเลยย่อมจะไม่สามารถรู้ได้ว่า ในร้านค้าของตนมีสินค้าอะไรไว้จำหน่ายเพียงใดหรือไม่ นอกจากนั้นยังได้ความจากภรรยาจำเลยว่าซื้อหนังสือเหล่านั้นมาจากผู้เร่ขาย จึงเชื่อได้ว่าจำเลยได้รู้เห็นหนังสือของกลางนั้นอยู่แล้วว่าไม่ใช่เป็นหนังสือแบบเรียนหรือแบบฝึกหัดที่แท้จริงของผู้เสียหาย และย่อมสังเกตรู้เห็นอยู่แล้วว่าหนังสือของกลางดังกล่าวมีลักษณะแตกต่างจากหนังสือของผู้เสียหายที่จำเลยเคยสั่งซื้อจากองค์การค้าของคุรุสภา ซึ่งผู้เสียหายสงวนลิขสิทธิ์ดังนี้ พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมาจึงเชื่อได้โดยปราศจากสงสัยว่าจำเลยขายหรือเสนอขายหนังสือของกลางจำนวน 91 เล่ม นั้นโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นหนังสือที่พิมพ์ขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย จำเลยจึงมีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521มาตรา 27..."
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3977/2534
พนักงานอัยการ จังหวัด สุพรรณบุรี โจทก์
นาย สุ นัย ตั้ง ธรรม นิยม จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด สุพรรณบุรี · จำเลย - นาย สุ นัย ตั้ง ธรรม นิยม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อุดม มั่งมีดี · พนม พ่วงภิญโญ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ