⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 399/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 399/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้เช่าซื้อทรัพย์ที่ยังผ่อนไม่ครบ แต่มีสิทธิครอบครองและใช้ประโยชน์ในทรัพย์นั้น ย่อมถือเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินที่ถูกยึด และมีสิทธิร้องขัดทรัพย์ได้

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องเป็นคู่สัญญาเช่าซื้อทรัพย์ที่ถูกยึด แม้จะชำระค่าเช่าซื้อยังไม่ครบ แต่ในระหว่างสัญญาเช่าซื้อ ผู้ร้องมีสิทธิยึดถือประโยชน์ตลอดจนต้องรับผิดในความเสียหายหรือสูญหายอันเกิดแก่ทรัพย์ที่ถูกยึด และเมื่อผู้ร้องชำระค่าเช่าซื้อครบย่อมได้กรรมสิทธิ์ ผู้ร้องจึงเป็นผู้มีส่วนได้เสีย เมื่อทรัพย์ที่ผู้ร้องเช่าซื้อมาถูกยึด ถือได้ว่าผู้ร้องถูกโต้แย้งสิทธิในทรัพย์ที่ถูกยึดตามป.วิ.พ. มาตรา 55 ผู้ร้องจึงร้องขัดทรัพย์ได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 288 ปรากฏว่าผู้ร้องเช่าซื้อทรัพย์ที่ถูกยึดมาและยังใช้เงินไม่ครบ ทรัพย์ที่ถูกยึดเป็นของผู้ให้เช่าซื้อ ไม่ใช่ทรัพย์ของจำเลยศาลต้องปล่อยทรัพย์ที่ยึด (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 1/2534)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.280 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.572

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ จำเลยไม่ชำระ โจทก์ขอหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปทำการยึดทรัพย์สินของจำเลย โทรทัศน์๑ เครื่อง และโต๊ะวางโทรทัศน์ ๑ ตัว เพื่อบังคับชำระหนี้ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ทรัพย์ที่ยึดไม่ใช่เป็นของจำเลย แต่เป็นทรัพย์ซึ่งผู้ร้องเช่าซื้อมาจากห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลแหลมทองพานิช (๑๙๘๒) และอยู่ในความครอบครองของผู้ร้อง ผู้ร้องยังชำระค่าเช่าซื้อไม่ครบ ขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด โจทก์ขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่วินิจฉัยว่า ผู้ร้องเป็นคู่สัญญาเช่าซื้อทรัพย์ที่ถูกยึดแม้จะชำระค่าเช่าซื้อยังไม่ครบ แต่ในระหว่างสัญญาเช่าซื้อ ผู้ร้องมีสิทธิยึดถือใช้ประโยชน์ตลอดจนต้องรับผิดในความเสียหายหรือสูญหายอันเกิดแก่ทรัพย์ที่ถูกยึด และเมื่อผู้ร้องชำระค่าเช่าซื้อครบย่อมได้กรรมสิทธิ์ ผู้ร้องจึงเป็นผู้มีส่วนได้เสีย เมื่อทรัพย์ที่ผู้ร้องเช่าซื้อมาถูกยึด ถือได้ว่าผู้ร้องถูกโต้แย้งสิทธิในทรัพย์ที่ถูกยึด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๕ ผู้ร้องจึงร้องขัดทรัพย์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๘ ในปัญหาที่ว่าสมควรปล่อยทรัพย์ที่ถูกยึดตามคำร้องหรือไม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า ผู้ร้องเช่าซื้อทรัพย์ที่ถูกยึดมาและยังใช้เงินไม่ครบ ทรัพย์ที่ถูกยึดเป็นของผู้ให้เช่าซื้อ ไม่ใช่ทรัพย์ของจำเลย ศาลต้องปล่อยทรัพย์ที่ถูกยึดตามคำร้อง พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 399/2534 นายสุรชัย พานิชดี โจทก์ นายเนตร ศรีรัตน์ ผู้ร้อง นางสมผล ศรีรัตน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุรชัย พานิชดี · ผู้ร้อง - นายเนตร ศรีรัตน์ · จำเลย - นางสมผล ศรีรัตน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญส่ง วรรณกลาง · วิทวัส อยู่วัฒนา · ตัน เวทไว
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลำปาง - นายบุญไชย ธนาพันธ์สิน · ศาลอุทธรณ์ - นายทวีชัย เจริญบัณฑิต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 770/2535ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 1561/2520ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 991/2548ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4432/2534ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา