คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4064/2534
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนว่ามีผู้กระทำความผิดและประสงค์ให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย ถือเป็นคำร้องทุกข์ตามกฎหมาย แม้พนักงานสอบสวนจะแนะนำให้ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมก่อน ก็ไม่ลบล้างเจตนานของผู้แจ้ง
ย่อคำพิพากษา
เอกสารการแจ้งความมีข้อความกล่าวถึงเรื่องจำเลยที่ 1 เข้าไปทำบ่อเลี้ยงกุ้งในที่ดินของโจทก์ร่วมและผู้เสียหายอื่น และมีข้อความสำคัญว่า "จึงมาแจ้งให้พนักงานสอบสวนทราบ แล้วดำเนินการตามกฎหมาย" เป็นข้อความที่ระบุแจ้งชัดว่าผู้เสียหายแจ้งโดยมีความประสงค์ให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีแก่จำเลยที่ 1 ตามกฎหมายหรืออีกนัยหนึ่งมีเจตนาจะให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษ แม้พนักงานสอบสวนจะให้โจทก์ร่วมและผู้เสียหายอื่นไปดำเนินการตรวจสอบเขตที่ดินให้แน่นอนเสียก่อน ก็ไม่ลบล้างความประสงค์หรือเจตนาของโจทก์ร่วมและผู้เสียหายอื่น ถือได้ว่าเป็นคำร้องทุกข์ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 2(7).
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362, 365, 83
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ระหว่างพิจารณา นายพิพัฒน์ จีระดีพลัง ผู้เสียหายขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362 ประกอบมาตรา 365(3) และมาตรา 84 ให้จำคุก 1 ปียกฟ้องคดีส่วนของจำเลยที่ 1
โจทก์และจำเลยที่ 2 อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 365 (2) (3), 83 จำคุกคนละ 1 ปี
จำเลยทั้งสองฎีกา
ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ 2 ขอถอนฎีกา ศาลฎีกาอนุญาต
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 ด้วย ซึ่งมิใช่ความผิดอันยอมความได้ถึงหากโจทก์ร่วมมิได้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลย โจทก์ก็มีอำนาจฟ้องจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 ได้อยู่แล้วอย่างไรก็ตาม เอกสารหมาย จ.11 มีข้อความกล่าวถึงเรื่องจำเลยที่ 1เข้าไปทำบ่อเลี้ยงกู้ง ในที่ดินของโจทก์ร่วมและผู้เสียหายอื่นและมีข้อความสำคัญว่า "จึงมาแจ้งให้พนักงานสอบสวนทราบแล้วดำเนินการตามกฎหมาย" เห็นว่า ข้อความดังกล่าวระบุแจ้งชัดว่าผู้เสียหายแจ้งโดยมีความประสงค์หรือเจตนาให้เจ้าพนักงานสอบสวนดำเนินคดีแก่จำเลยที่ 1 ตามกฎหมาย หรืออีกนัยหนึ่งมีเจตนาจะให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษ แม้พนักงานสอบสวนจะให้โจทก์ร่วมและผู้เสียหายไปดำเนินการตรวจสอบเขตที่ดินให้แน่นอนเสียก่อน ก็ไม่ลบล้างความประสงค์หรือเจตนาของโจทก์ร่วมและผู้เสียหายอื่นดังกล่าว จึงถือได้ว่าการแจ้งความของโจทก์ร่วมและผู้เสียหายเป็นการร้องทุกข์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ มาตรา 2(7) แล้ว
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4064/2534
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
โจทก์ร่วม โจทก์
นาย พิพัฒน์ จีระ ดี พลัง โจทก์
นาย สมบัติ ห มัด เสริม สิน กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นาย พิพัฒน์ จีระ ดี พลัง · จำเลย - นาย สมบัติ ห มัด เสริม สิน กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิชิต พรหมพิทักษ์กุล · สถิตย์ เล็งไธสง · จเร อำนวยวัฒนา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา