คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 515/2534
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์ข้อเท็จจริงในคดีที่ขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ถูกยึดแยกเป็นส่วน ๆ นั้น ต้องพิจารณาจากทุนทรัพย์ของแต่ละส่วนที่แยกออกจากกันได้ หากส่วนใดเป็นคดีเกี่ยวกับสังหาริมทรัพย์และมีทุนทรัพย์ไม่เกินที่กฎหมายกำหนด จะต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง.
ย่อคำพิพากษา
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่โจทก์นำยึดแยกกันเป็น2 ส่วน ส่วนแรกขอให้ปล่อยที่ดินกับบ้านซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินอันเป็นคดีเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์และส่วนที่สองขอให้ปล่อยทรัพย์ต่าง ๆรวม 7 รายการ ซึ่งเป็นสังหาริมทรัพย์แม้จะร้องขอรวมกันมา การที่จะอุทธรณ์ข้อเท็จจริงได้หรือไม่ ก็จะต้องถือทุนทรัพย์ของผู้ร้องแต่ละส่วน ซึ่งไม่เกี่ยวเนื่องกันและแยกออกจากกันได้ เมื่อคำขอส่วนที่สองซึ่งเป็นคดีเกี่ยวด้วยสังหาริมทรัพย์อันมีราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินสองหมื่นบาท จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 224.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนกรณีละเมิดจากจำเลยศาลชั้นต้นพิพากษาให้ดจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน 22,000บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยค่าฤชาธรรมเนียม ต่อมาจำเลยทั้งสองไม่ยอมชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์ขอให้บังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดบ้านเลขที่ 110/1 พร้อมด้วยที่ดิน และไม้กระดาน ไม้ตง โทรทัศน์จักรเย็บผ้า โต๊ะ ตู้ รถเข็น เตียงนอน รวม 10 รายการ โดยอ้างว่าเป็นทรัพย์ของจำเลยที่ 2
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ทรัพย์ที่โจทก์นำยึด 10 รายการ นั้นเป็นของผู้ร้องรวม 8 รายการ ขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดดังกล่าว
โจทก์ให้การว่า ทรัพย์สินที่ยึดทั้ง 10 รายการ เป็นของจำเลยที่ 2 ที่ดินจำเลยที่ 2 ซื้อจากนางเทือง อุ่นใจ บ้านจำเลยที่ 2ก็เป็นผู้ปลูก ทรัพย์รายการอื่น ๆ จำเลยที่ 2 ขนย้ายมาจากจังหวัดระยองบ้าง ทำมาหาได้ในภายหลังบ้าน ขอให้ยกคำร้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ปล่อยทรัพย์พิพาทเฉพาะรายการที่ 2คือที่ดินแก่ผู้ร้องส่วนคำขออื่นให้ยก
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่โจทก์นำยึดแยกกันเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกขอให้ปล่อยที่ดินกับบ้านซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินอันเป็นคดีเกี่ยวด้ยอสังหาริมทรัพย์ และส่วนที่สองขอให้ปล่อยทรัพย์ต่าง ๆ รวม 7 รายการ ซึ่งเป็นสังหาริมทรัพย์แม้จะร้องขอรวมกันมา การที่จะอุทธรณ์ข้อเท็จจริงได้หรือไม่จะต้องถือทุนทรัพย์ของผู้ร้องแต่ละส่วนซึ่งไม่เกี่ยวเนื่องกันและแยกออกจากกันได้ สำหรับคำขอของผู้ร้องส่วนแรกที่เกี่ยวกับที่ดิน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าเป็นของผู้ร้อง โจทก์ไม่อุทธรณ์จึงยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว แต่คำขอส่วนที่สองซึ่งผู้ร้องและโจทก์พิพากษากันเป็นคดีเกี่ยวด้วยสังหาริมทรัพย์อันมีราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินสองหมื่นบาทเมื่อศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่าเป็นทรัพย์ของจำเลยที่ 2 มิใช่ของผู้ร้องเช่นนี้ จึงต้องห้ามมิให้ผู้ร้องอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 เมื่ออุทธรณ์ของผู้ร้องในส่วนนี้เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1วินิจฉัยให้จึงเป็นการไม่ชอบ และเมื่ออุทธรณ์ต้องห้ามแล้วฎีกาของผู้ร้องดังกล่าวนี้ก็ถือได้ว่าเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249..."
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 515/2534
เด็ก ชาย ณ รงค์ฤทธิ์ อุดด้วง โดย นางลา อุ่นใจ หรือ อุดด้ วง โจทก์
ผู้แทนโดยชอบธรรม โจทก์
นาย สุรีย์ พล พรหม ประดิษฐ์ ผู้ร้อง
เด็ก ชาย เด่นพงษ์ วงศ์ ยศ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - เด็ก ชาย ณ รงค์ฤทธิ์ อุดด้วง โดย นางลา อุ่นใจ หรือ อุดด้ วง · โจทก์ - ผู้แทนโดยชอบธรรม · ผู้ร้อง - นาย สุรีย์ พล พรหม ประดิษฐ์ · จำเลย - เด็ก ชาย เด่นพงษ์ วงศ์ ยศ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จรัส อุดมวรชาติ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · อุไร คังคะเกตุ |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ