⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5308/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5308/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกำหนดเวลาให้จำเลยส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่โจทก์เป็นดุลพินิจของศาลชั้นต้น และหากจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล ถือเป็นการทิ้งอุทธรณ์ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

การกำหนดเวลาให้จำเลยส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่โจทก์นั้น เป็นการกำหนดเวลาเกี่ยวกับการดำเนินคดีภายในเวลาตามที่ศาลเห็นสมควรกำหนดไว้เพื่อการนั้น ซึ่งกำหนดเวลาดังกล่าวขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลชั้นต้น กฎหมายมิได้จำกัดดุลพินิจของศาลชั้นต้นว่าจะต้องสั่งให้จำเลยส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่โจทก์เกินกว่า 7 วัน จึงจะเป็นการสมควร เมื่อศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจกำหนดเวลาโดยเหมาะสมแล้ว และจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าว ย่อมถือได้ว่าเป็นการเพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาตามที่ศาลชั้นต้นเห็นสมควรกำหนด จึงเป็นการทิ้งอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 174 (2) ประกอบด้วยมาตรา 246

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.174 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.235 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.246

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากจำเลยได้ยื่นอุทธรณ์เมื่อวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๓๐ ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลย ให้จำเลยนำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้โจทก์ภายใน ๓ วัน มิฉะนั้นถือว่าทิ้งอุทธรณ์ ต่อมาวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๓๐ เจ้าหน้าที่ศาลรายงานว่าจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลดังกล่าว ศาลชั้นต้นสั่งให้ส่งสำนวนไปศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิจารณาสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลอุทธรณ์ภาค ๑ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า ศาลชั้นต้นสั่งให้จำเลยส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่โจทก์ภายใน ๓ วัน เป็นการกำหนดเวลาที่ไม่สมควร เพราะการร้องขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้ส่งหมายนั้น กฎหมายกำหนดภายใน ๗ วัน ศาลชั้นต้นต้องสั่งให้จำเลยส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่โจทก์เกินกว่า ๗ วัน จึงจะเป็นการสมควรนั้น เห็นว่า การกำหนดเวลาให้จำเลยส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่โจทก์ นั้น เป็นการกำหนดเวลาเกี่ยวกับการดำเนินคดีภายในเวลาตามที่ศาลเห็นสมควรกำหนดไว้เพื่อการนั้น ซึ่งกำหนดเวลาดังกล่าวขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลชั้นต้น กฎหมายมิได้จำกัดดุลพินิจของศาลชั้นต้นว่า จะต้องสั่งให้จำเลยส่งสำเนาอุทธรณ์ให้โจทก์เกินกว่า ๗ วัน จึงจะเป็นการสมควรดังที่จำเลยฎีกา สำหรับคดีนี้ ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลชั้นต้นได้ใช้ดุลพินิจในการกำหนดเวลาโดยเหมาะสมแล้ว เมื่อจำเลยไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าว ย่อมถือได้ว่าเป็นการเพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาตามที่ศาลชั้นต้นเห็นสมควรกำหนด จึงเป็นการทิ้งอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๔ (๒) ประกอบด้วยมาตรา ๒๔๖ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5308/2534 นางจูมหรือจูมทอง เถื่อนแก้วสิงห์ โจทก์ นายวิศิษฐ์ สิงหบุตร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางจูมหรือจูมทอง เถื่อนแก้วสิงห์ · จำเลย - นายวิศิษฐ์ สิงหบุตร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยงยุทธ ธารีสาร · นิเวศน์ คำผอง · ประจักษ์ พุทธิสมบัติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดขอนแก่น - นายไชยยงค์ คงจันทร์ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายเดิมพัน จรรยามั่น
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 609/2526ฎีกา 2076/2542ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1337/2533ฎีกา 7154/2551ฎีกา 866/2518ฎีกา 361/2539ฎีกา 1477/2500ฎีกา 469/2531ฎีกา 4041/2542ฎีกา 8108/2542ฎีกา 1498/2548ฎีกา 861/2540ฎีกา 9203/2547ฎีกา 8337/2540ฎีกา 7201/2568ฎีกา 70/2518ฎีกา 581/2502ฎีกา 2170/2517ฎีกา 1959/2529ฎีกา 1748/2511ฎีกา 7631/2552ฎีกา 3827/2542ฎีกา 3601/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา