⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5317/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5317/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของสาขาของบริษัทในประเทศไทย ถือเป็นการกระทำของบริษัทนั้นๆ และบริษัทสาขาที่ดำเนินกิจการร่วมกับบริษัทแม่ในการขนส่งสินค้าร่วมกัน ต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการขนส่งนั้น

ย่อคำพิพากษา

สายเดินเรือเมอสก์สาขากรุงเทพฯกับบริษัทเมอสก์ไลน์(สิงคโปร์) พีทีอี จำกัด ใช้ชื่อประกอบกิจการเป็นภาษาอังกฤษมีรูปลักษณะตัวอักษรว่า เมอสก์ไลน์ (MAERSKLINE) มีสัญลักษณ์เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสสีฟ้ามีดาว7แฉก สีขาวอยู่ภายในเหมือนกันใบตราส่งที่ใช้ก็เหมือนกัน บริษัท ต.จ้างบริษัทเมอสก์ไลน์(สิงคโปร์) พีทีอี จำกัด ขนสินค้าจากสิงคโปร์มากรุงเทพฯ โดยทางเรือ สายเดินเรือเมอสก์ สาขากรุงเทพฯเป็นผู้ติดต่อเจ้าหน้าที่นำร่อง เจ้าหน้าที่ศุลกากร เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและเจ้าหน้าที่การท่าเรือแห่งประเทศไทย เพื่อให้เรือบรรทุกสินค้าเข้าเทียบท่า ทั้งแจ้งวันเรือเข้าให้ผู้รับตราส่งทราบ ถือได้ว่าสายเดินเรือเมอสก์สาขากรุงเทพฯร่วมกับบริษัทเมอสก์ไลน์(สิงคโปร์) จำกัด ขนส่งสินค้าโดยแบ่งหน้าที่กันทำ เมื่อสินค้าเสียหายจากการขนส่ง จำเลยทั้งสองในฐานะหุ้นส่วนของสายเดินเรือเมอสก์ สาขากรุงเทพฯ ซึ่งเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนจึงต้องร่วมรับผิดด้วย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.610 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.616 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1012 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1025

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองเป็นนิติบุคคลของประเทศเดนมาร์กได้เข้าหุ้นร่วมกันตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนชื่อเมอสก์ไลน์ ประกอบกิจการรับขนส่งทางทะเล มีสำนักงานสาขาในประเทศไทยชื่อสายเดินเรือเมอสก์ สาขากรุงเทพฯ บริษัทพัทยาฟู้ด อินดัสตรีจำกัด สั่งซื้อสินค้าปลาโอจากบริษัทไตรมารีน อโซซิเอทส์ (พีทีอี)จำกัด ประเทศสิงคโปร์ โดยจำเลยเป็นผู้ขนส่งมาประเทศไทย โจทก์รับประกันภัยสินค้าดังกล่าวไว้จากบริษัทพัทยาฟู้ด อินดัสตรี จำกัดปรากฏว่าสินค้าได้รับความเสียหายเพราะตู้คอนเทนเนอร์บกพร่องไม่รักษาระดับอุณหภูมิ โจทก์ต้องใช้ค่าเสียหายให้แก่บริษัทพัทยาฟู้ดอินดัสตรี จำกัด เป็นเงิน 1,747,663.13 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายดังกล่าวให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองมิใช่ผู้รับขนสินค้าพิพาทหากแต่บริษัทเมอสก์ ไลน์ (สิงคโปร์) พีทีอี จำกัด เป็นผู้ขนส่งความเสียหายเกิดขึ้นก่อนส่งมอบสินค้า มิใช่เกิดในขณะขนส่งสินค้าชำรุดบกพร่องอยู่เดิม โจทก์จ่ายค่าสินไหมทดแทนเกินมูลค่าของสินค้า ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินให้โจทก์ตามฟ้อง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์มีนายบุญดี ภู่พกสกุล ผู้รับมอบอำนาจเบิกความว่า จำเลยทั้งสองประกอบธุรกิจเดินเรือและขนส่งทางทะเลทั่วโลกโดยใช้ชื่อว่า เมอสก์ไลน์ และได้ความจากนายสุเทพ เหมานนท์พนักงานของจำเลยทั้งสองเบิกความตอบทนายโจทก์ถามค้านว่า จำเลยทั้งสองจะจดทะเบียนสาขาที่ประเทศอื่นอีกหรือไม่ พยานไม่ทราบแต่ที่จดทะเบียนเป็นตัวแทนของจำเลยทั้งสองเช่นสิงคโปร์ก็เป็นตัวแทนของจำเลยทั้งสอง เมื่อพิเคราะห์ถึงข้อเท็จจริงที่ว่าบริษัทเมอสก์ ไลน์ (สิงคโปร์) พีทีอี จำกัด กับสายเดินเรือเมอสก์สาขากรุงเทพฯ ใช้ชื่อประกอบกิจการเป็นภาษาอังกฤษมีรูปลักษณะตัวอักษรว่า เมอสก์ ไลน์ (MAERSK LINE) มีสัญลักษณ์เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสสีฟ้า มีดาว 7 แฉกสีขาวอยู่ภายในเหมือนกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งใบตราส่งของบริษัทเมอสก์ ไลน์ (สิงคโปร์) พีทีอีจำกัด กับของสายเดินเรือเมอสก์ ไลน์ สาขากรุงเทพฯ เหมือนกันทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบข้อความขนาดของตัวอักษร ทั้งได้ความจากนายสุเทพพยานจำเลยด้วยว่า สายเดินเรือเมอสก์สาขากรุงเทพฯ ได้ติดต่อเจ้าหน้าที่นำร่องเจ้าหน้าที่ศุลกากร เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและเจ้าหน้าที่การท่าเรือแห่งประเทศไทย เพื่อให้เรือเมอสก์แมงโก้เข้าเทียบท่า และแจ้งวันเรือเข้าให้บริษัทพัทยาฟู้ด อินดัสตรี จำกัดทราบ พยานหลักฐานจำเลยทั้งสองเจือสมพยานหลักฐานโจทก์ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า สายเดินเรือเมอสก์ สาขากรุงเทพฯ ซึ่งเป็นห้างหุ้นส่วนไม่จดทะเบียนของจำเลยทั้งสองได้ร่วมกับบริษัทเมอสก์ ไลน์(สิงคโปร์) พีทีอี จำกัด ทำการขนส่งสินค้าตามฟ้องโดยแบ่งหน้าที่กันทำ ดังนั้นสายเดินเรือเมอสก์ สาขากรุงเทพฯ และบริษัทเมอสก์ ไลน์ (สิงคโปร์) พีทีอี จำกัด จึงต้องร่วมกันรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการขนส่งดังกล่าว จำเลยทั้งสองในฐานะหุ้นส่วนของสายเดินเรือเมอสก์ สาขากรุงเทพฯ ซึ่งเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน จึงต้องร่วมกันรับผิดต่อโจทก์ผู้รับประกันภัยสินค้านั้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5317/2534 บริษัท นิวแฮมพ์เชอร์ อินชัวรันส์ จำกัด โจทก์ บริษัท ดัมป์สกิบส์ เซลสกาเบ็ทอาฟ 1912 อักทีเซลสแก็บ จำเลย จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท นิวแฮมพ์เชอร์ อินชัวรันส์ จำกัด · จำเลย - บริษัท ดัมป์สกิบส์ เซลสกาเบ็ทอาฟ 1912 อักทีเซลสแก็บ · จำเลย - จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชุม สุกแสงเปล่ง · นิเวศน์ คำผอง · อุดม มั่งมีดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1036/2491ฎีกา 522/2473ฎีกา 536/2526ฎีกา 2624/2551ฎีกา 1912/2540ฎีกา 1462/2565ฎีกา 4246/2542ฎีกา 5523/2536ฎีกา 3740-3741/2542ฎีกา 105/2525ฎีกา 2167/2544ฎีกา 314/2510ฎีกา 2501/2526ฎีกา 3926/2530ฎีกา 710/2542ฎีกา 2843/2546ฎีกา 12518/2553ฎีกา 400/2521ฎีกา 669/2491ฎีกา 6231/2538ฎีกา 533/2511ฎีกา 6795/2540ฎีกา 3887/2534ฎีกา 5050/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา