⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5352/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5352/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งที่เกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาหรือเพื่อบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น จะต้องเป็นปัญหาที่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้น เว้นแต่เป็นปัญหาอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน

ย่อคำพิพากษา

แม้จำเลยได้ยื่นคัดค้านการขายทอดตลาดทรัพย์สินไว้แล้วแต่ในคำร้องของจำเลยก็เพียงแต่ขอให้ศาลชั้นต้นรับคำแถลงคัดค้านไว้เท่านั้น มิได้ขอให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดว่าทรัพย์สินของจำเลยที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขายไปนั้นควรมีราคาเท่าไร จึงเป็นเรื่องที่จำเลยมิได้ดำเนินตามขั้นตอนของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคสอง ปัญหาว่าทรัพย์สินของจำเลยควรมีราคาเท่าใดจึงมิใช่ข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ประกอบกับปัญหานี้มิใช่ปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน อุทธรณ์ของจำเลยจึงเป็นอุทธรณ์ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยมานั้นชอบแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.296

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยและบังคับจำนอง ต่อมาโจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันศาลพิพากษาตามยอมคดีถึงที่สุดครบกำหนดจำเลยทั้งสี่ไม่ชำระเงินให้แก่โจทก์ โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 1 และที่ 2 เพื่อขายทอดตลาด ในการขายทอดตลาดจำเลยที่ 1 ที่ 2 คัดค้านว่าราคาต่ำ และในที่สุดศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขายแก่นายควง วงศ์เบญจรัตน์ ผู้ให้ราคาสูงสุดเป็นเงินทั้งสิ้น 7,210,000 บาท ในการขายทอดตลาดครั้งที่ 6 เมื่อวันที่17 พฤศจิกายน 2531 จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกอุทธรณ์ จำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสี่ยกขึ้นกล่าวอ้างในปัญหาข้อเท็จจริงที่ว่า ทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ตามที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดครั้งที่ 6เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2531 ควรมีราคาเท่าใด ถึงแม้จำเลยที่ 1ที่ 2 ได้ยื่นคำร้องลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2531 คัดค้านการขายทอดตลาดทรัพย์สินดังกล่าว แต่ในคำร้องของจำเลยที่ 1 ที่ 2เพียงแต่ขอให้ศาลชั้นต้นรับคำแถลงคัดค้านไว้เท่านั้น มิได้ขอให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดในปัญหาดังกล่าว จึงเป็นเรื่องที่จำเลยทั้งสี่มิได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคสอง และปัญหาที่จำเลยทั้งสี่ฎีกามิใช่ข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นประกอบกับปัญหาที่ว่าทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ดังกล่าว ควรมีราคาเท่าใด มิใช่ปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสี่จึงเป็นอุทธรณ์ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5352/2534 ธนาคาร นคร ธน จำกัด โจทก์ นาย วิสิทธิ์ เอื้อวิทยาศุภร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร นคร ธน จำกัด · จำเลย - นาย วิสิทธิ์ เอื้อวิทยาศุภร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · วินัย กันนะ · ราเชนทร์ จัมปาสุต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 394/2550ฎีกา 7919/2553ฎีกา 594/2534ฎีกา 367/2568ฎีกา 2573/2552ฎีกา 6968/2537ฎีกา 7122/2545ฎีกา 5706/2537ฎีกา 5378/2544ฎีกา 2328/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 1646/2546ฎีกา 5086/2537ฎีกา 3136/2524ฎีกา 1948/2523ฎีกา 8988/2550ฎีกา 780/2535ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 2422/2545ฎีกา 3604/2533ฎีกา 241/2499ฎีกา 8337/2540ฎีกา 2644/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา