คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5383/2534
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
บุคคลภายนอกจะร้องขอเข้าเป็นคู่ความได้ก็ต่อเมื่อคดีนั้นอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลเท่านั้น หากศาลได้มีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้องไปแล้ว บุคคลภายนอกจะเข้ามาเป็นคู่ความในคดีนั้นไม่ได้อีก
ย่อคำพิพากษา
ตามคำร้องเป็นเรื่องผู้ร้องร่วมทั้งสองประสงค์จะเข้ามาเป็นคู่ความ ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(1) ซึ่งให้บุคคลภายนอกร้องขอเข้า เป็นคู่ความได้โดยยื่นคำร้องขอต่อศาลที่คดีนั้นอยู่ในระหว่างพิจารณาเมื่อปรากฏว่าในวันที่ผู้ร้องร่วมทั้งสองยื่นคำร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความนั้น ศาลชั้นต้นได้สั่งยกคำร้องของผู้ร้องไปแล้วจึงไม่มีคดี ของผู้ร้องที่ผู้ร้องร่วมทั้งสองจะเข้ามาเป็นคู่ความได้อยู่ใน ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นในขณะที่ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องขอ ดังนั้นศาลจึงชอบที่จะสั่งไม่รับคำร้องขอของผู้ร้องร่วมทั้งสองได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้สืบเนื่องมาจากผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนายเชื้อ แนวบุญเนียร ผู้ตาย ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนคำร้องในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2532 ต่อมาวันที่ 7 พฤศจิกายน 2532 ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งตั้งผู้คัดค้านให้เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายแล้ว ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่าศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกผู้ตายและคดีถึงที่สุดแล้วผู้ร้องจะร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกรายเดียวกันอีกหาได้ไม่ แม้จะอ้างว่าเป็นการจัดการมรดกโดยมีพินัยกรรมก็ตาม จึงให้ยกคำร้อง
ต่อมาวันที่ 11 พฤศจิกายน 2532 ผู้ร้องร่วมทั้งสองยื่นคำร้องว่าผู้ร้องทั้งสองประสงค์จะเป็นผู้จัดการมรดกตามข้อกำหนดในพินัยกรรมที่ผู้ตายทำไว้ ขอให้สั่งตั้งผู้ร้องร่วมทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกผู้ตายร่วมกับผู้ร้อง
ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้องตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2532แล้ว จึงไม่มีคดีที่ผู้ร้องร่วมจะเข้ามาร่วมอีก ให้ยกคำร้อง
ผู้ร้องร่วมทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้ร้องร่วมทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "กรณีตามคำร้องของผู้ร้องร่วมทั้งสองเป็นเรื่องผู้ร้องร่วมทั้งสองประสงค์จะเข้ามาเป็นคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 57(1) ซึ่งกฎหมายดังกล่าวบัญญัติให้บุคคลภายนอกร้องขอเข้าเป็นคู่ความได้ โดยยื่นคำร้องขอต่อศาลที่คดีนั้นอยู่ในระหว่างพิจารณา เมื่อปรากฏว่าในวันที่11 พฤศจิกายน 2532 ที่ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความนั้น ศาลชั้นต้นได้สั่งยกคำร้องของผู้ร้องไปแล้วตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2532 จึงไม่มีคดีของผู้ร้องที่ผู้ร้องร่วมทั้งสองจะเข้ามาเป็นคู่ความได้อยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นในขณะที่ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องขอ ดังนั้น ที่ศาลล่างทั้งสองสั่งยกคำร้อง (ที่ถูกคือสั่งไม่รับคำร้อง) ของผู้ร้องร่วมทั้งสองจึงชอบแล้ว"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5383/2534
นาย นันทวิทย์ แนวบุญเนียร ผู้ร้อง
ผู้ร้องร่วม ผู้ร้อง
นางสาว วัชรี แนวบุญเนียร กับพวก ผู้ร้อง
นาง วนิดา แนวบุญเนียร ผู้คัดค้าน
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้ร้อง - นาย นันทวิทย์ แนวบุญเนียร · ผู้ร้อง - ผู้ร้องร่วม · ผู้ร้อง - นางสาว วัชรี แนวบุญเนียร กับพวก · ผู้คัดค้าน - นาง วนิดา แนวบุญเนียร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมศักดิ์ วิธุรัติ · เสียง ตรีวิมล · บุญศรี กอบบุญ |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ