คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5728/2534
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยไม่ได้เป็นผู้กระทำการโดยตรง หรือมีพยานรู้เห็นว่าจำเลยได้กระทำการอย่างใดอันจะถือได้ว่าจำเลยร่วมกระทำผิดโดยประมาท เป็นเหตุให้จำเลยไม่มีความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
ย่อคำพิพากษา
ก่อนเกิดเหตุ 1 เดือน จำเลยที่ 1 ได้ขออนุญาตผู้ตายขึงสายไฟฟ้าผ่านที่นาผู้ตายไปยังที่นาจำเลยทั้งสองเพื่อปล่อยกระแสไฟฟ้าผ่านสายไฟฟ้าในการดักจับหนู เฉพาะเวลากลางคืนระหว่าง19 นาฬิกา ถึง 5 นาฬิกา ดังนั้น จึงต้องมีการต่อกระแสไฟฟ้าเข้าสายไฟฟ้าเมื่อถึงเวลาจะใช้และปลดสายที่ต่อกับกระแสไฟฟ้าออกเมื่อเลิกใช้ในเวลากลางวัน เหตุคดีนี้เกิดเวลากลางวันระหว่างเวลาประมาณ 9 นาฬิกาถึง 15 นาฬิกา ห่างจากวันเริ่มขึงสายไฟฟ้าดักจับหนูครั้งแรกประมาณ 1 เดือน เชื่อว่าได้มีการปลดสายที่ต่อกับกระแสไฟฟ้าออกและต่อกระแสไฟฟ้าเข้าสู่สายไฟฟ้าดังกล่าวหมุนเวียนมาแล้วหลายครั้ง ครั้งสุดท้ายที่มีผู้ต่อกระแสไฟฟ้าเข้าสู่สายไฟฟ้าแล้วเกิดเหตุขึ้นนั้น ไม่มีพยานรู้เห็นว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้กระทำหรือเห็นจำเลยที่ 1 ได้กระทำการอย่างใดอันจะถือได้ว่าจำเลยที่ 1ร่วมกับจำเลยที่ 2 กระทำโดยประมาทปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้าสายไฟฟ้า เป็นเหตุให้ผู้ตายถูกกระแสไฟฟ้าที่ปล่อยผ่านดูดร่างกายจนถึงแก่ความตาย จำเลยที่ 1 จึงไม่มีความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2531 เวลากลางวันจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้าไปในเส้นลวดที่ขึงผ่านที่นาของนายกังวานผู้ตาย ขณะนั้นผู้ตายกำลังพ่นยาฆ่าแมลงอยู่ในที่นาซึ่งพื้นนามีน้ำขังเป็นสื่อของไฟฟ้าอาจเกิดอันตรายได้ อันเป็นการกระทำโดยประมาท จำเลยทั้งสองควรบอกให้ผู้ตายทราบล่วงหน้าเพื่อระมัดระวังและป้องกันไม่ให้ถูกเส้นลวดดังกล่าว แต่จำเลยทั้งสองหากระทำไม่ เมื่อผู้ตายเดินพ่นยาฆ่าแมลงเข้าไปถูกเส้นลวดนั้นเข้าจึงถูกกระแสไฟฟ้าที่จำเลยปล่อยผ่านดูดร่างกายเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย เหตุเกิดที่ตำบลบางเลน อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐมขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 291
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ระหว่างพิจารณา นายแสวง อินทร์บุญสม บิดาผู้ตายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ศาลชั้นต้นอนุญาต
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 291 จำคุกคนละ 3 ปี
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ โจทก์ร่วม จำเลยที่ 2 ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมมีว่าจำเลยที่ 1 ได้กระทำผิดตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่เห็นว่า โจทก์และโจทก์ร่วมนำสืบได้ความเพียงว่าก่อนเกิดเหตุ1 เดือน จำเลยที่ 1 ได้ขออนุญาตผู้ตายขึงสายไฟฟ้าผ่านที่นาผู้ตายไปยังที่นาจำเลยที่ 1 ที่ 2 ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเพื่อปล่อยกระแสไฟฟ้าผ่านสายไฟฟ้าในการดักจับหนู เฉพาะเวลากลางคืนระหว่างเวลา 19 นาฬิกา ถึง 5 นาฬิกา ดังนั้น จึงต้องมีการต่อกระแสไฟฟ้าเข้าสายไฟฟ้า เมื่อถึงเวลาจะใช้และปลดสายที่ต่อกับกระแสไฟฟ้าออกเมื่อเลิกใช้ในเวลากลางวัน เหตุคดีนี้เกิดเวลากลางวันระหว่างเวลาประมาณ 9 นาฬิกา ถึงเวลา 15 นาฬิกา ของวันที่15 กุมภาพันธ์ 2531 ห่างจากวันเริ่มขึงสายไฟดักจับหนูครั้งแรกประมาณ 1 เดือน จึงเชื่อว่าได้มีการปลดสายที่ต่อกับกระแสไฟฟ้าออกและต่อกระแสไฟฟ้าเข้าสู่สายไฟฟ้าดังกล่าวหมุนเวียนมาแล้วหลายครั้งครั้งสุดท้ายที่มีผู้ต่อกระแสไฟฟ้าเข้าสู่สายไฟฟ้าแล้วเกิดเหตุขึ้นนั้น โจทก์ไม่มีพยานรู้เห็นว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้กระทำหรือเห็นจำเลยที่ 1 ได้กระทำการอย่างใด อันจะถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยที่ 2 กระทำผิดตามฟ้อง ข้อเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1กระทำผิดตามที่โจทก์ฟ้อง
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5728/2534
พนักงานอัยการ จังหวัด นครปฐม โจทก์
โจทก์ร่วม โจทก์
นาย แสวง อินทร์ บุญ สม โจทก์
นาย สม ปอ งหรือบาง มีจั่น เพชร กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด นครปฐม · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นาย แสวง อินทร์ บุญ สม · จำเลย - นาย สม ปอ งหรือบาง มีจั่น เพชร กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุนพ กีรติยุติ · เสียง ตรีวิมล · สมศักดิ์ วิธุรัติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา