⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5786/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5786/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 252 ต้องยื่นต่อศาลฎีกาเท่านั้น หากยื่นต่อศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ต้องรับวินิจฉัยอุทธรณ์นั้นหากเป็นการอุทธรณ์คำสั่งที่เกี่ยวกับระยะเวลาอุทธรณ์ตามมาตรา 232 และ 234.

ย่อคำพิพากษา

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 252 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกา ต้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นต่อศาลฎีกา ในกรณีที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาแล้วแทนที่จำเลยจะอุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อศาลฎีกา จำเลยกลับยื่นอุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวโดยอ้างว่าจำเลยอุทธรณ์คำสั่งเกิน 10 วัน จำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลอุทธรณ์ ดังนี้หาใช่การอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฎีกาตามมาตรา 252 ไม่ แต่เป็นการสั่งโดยอาศัยมาตรา 232 และ 234 ซึ่งเป็นการอุทธรณ์เกี่ยวกับระยะเวลาอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์จึงต้องรับวินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวของจำเลย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.232 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.234 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.252

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินตามสัญญาขายลดเช็ค จำนวน 4 ฉบับ เป็นเงิน 2,200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งว่า จำเลยยังพอมีทรัพย์สินเสียค่าฤชาธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ได้และคดีของจำเลยไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์ ให้ยกคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลย หากจำเลยประสงค์จะดำเนินคดีต่อไปให้นำเงินค่าธรรมเนียมและค่าฤชาธรรมเนียมที่จะต้องใช้แทนอีกฝ่ายหนึ่งมาวางศาลภายในกำหนด 20 วัน ต่อมาจำเลยได้ร้องขอให้ศาลชั้นต้นไต่สวนถึงฐานะของจำเลยใหม่โดยจำเลยอ้างว่ามีพยานหลักฐานที่จะเสนอต่อศาลเพิ่มเติมว่าจำเลยไม่มีทรัพย์สินพอที่จะเสียค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์ได้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นนอกจากอ้างเหตุว่าฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นคนยากจนไม่มีทรัพย์สินพอที่จะเสียเป็นค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์แล้ว ศาลชั้นต้นยังไม่อนุญาตให้จำเลยอุทธรณ์อย่างคนอนาถาเพราะคดีของจำเลยไม่มีเหตุอันสมควรที่จะอุทธรณ์ด้วย จึงไม่มีเหตุที่จะไต่สวนคำร้องของจำเลยว่ายากจนหรือไม่ซ้ำอีก ให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นชอบแล้ว ให้ยกอุทธรณ์ คำสั่งของจำเลย หากจำเลยยังติดใจอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นอยู่อีกก็ให้นำค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งของศาลอุทธรณ์ จำเลยฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นสั่งฎีกาคำสั่งของจำเลยว่า กรณีเป็นการขออนาถาชั้นอุทธรณ์ คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตให้อนาถาเป็นที่สุดไม่รับฎีกาคำสั่ง จำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาคำสั่งต่อศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาคำสั่งของจำเลยเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2531 จำเลยอุทธรณ์คำสั่งวันที่17 มิถุนายน 2531 เกิน 10 วัน แล้ว จึงไม่รับอุทธรณ์คำสั่งคืนค่าขึ้นศาลทั้งหมด จำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยจะต้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาต่อศาลฎีกา จะยื่นต่อศาลอุทธรณ์หาได้ไม่ ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจวินิจฉัย พิพากษายกอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 252 บัญญัติว่า "ถ้าคู่ความยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่ยอมรับฎีกา ให้ศาลชั้นต้นส่งคำร้องเช่นว่านั้นไปยังศาลฎีกาพร้อมกับฎีกา และคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดคดีของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ถ้าศาลฎีกาเห็นจำเป็นจะต้องตรวจสำนวนให้มีคำสั่งให้ศาลล่างส่งสำนวนไปยังศาลฎีกา" ตามบทบัญญัตินี้ย่อมเห็นได้ว่า กรณีที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่ยอมรับฎีกาเพราะเหตุใดก็ตาม หากคำสั่งนั้นไม่เป็นที่พอใจของผู้ฎีกา และประสงค์จะดำเนินคดีต่อไปก็ต้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นต่อศาลฎีกาโดยตรง เพื่อศาลฎีกาจะได้พิจารณาว่าคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกานั้นชอบหรือไม่ คดีนี้ปรากฏว่า เมื่อศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาแล้ว แทนที่จำเลยจะอุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อศาลฎีกาตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว จำเลยกลับยื่นอุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อศาลอุทธรณ์ การปฏิบัติของจำเลยจึงไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณาความตามตัวบทกฎหมาย แต่การที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวโดยอ้างว่า จำเลยอุทธรณ์คำสั่งเกิน 10 วันแล้ว ศาลฎีกาเห็นว่ากรณีหาใช่การอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่ยอมรับฎีกาตามมาตรา 252ดังศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไม่หากแต่เป็นการสั่งโดยอาศัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 232 และ 234 ซึ่งเป็นการอุทธรณ์เกี่ยวกับระยะเวลาอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ต้องรับวินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวของจำเลย การที่ศาลอุทธรณ์ปฏิเสธไม่ยอมรับวินิจฉัยจึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา" พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาให้ศาลอุทธรณ์รวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5786/2534 บริษัท เงินทุน ชาติ ไพบูลย์ จำกัด โจทก์ นาง ดุษฎี กิตติรัชตสุนทร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท เงินทุน ชาติ ไพบูลย์ จำกัด · จำเลย - นาง ดุษฎี กิตติรัชตสุนทร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยงยุทธ ธารีสาร · นิเวศน์ คำผอง · ประจักษ์ พุทธิสมบัติ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5882/2541ฎีกา 367/2568ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1022/2551ฎีกา 272/2490ฎีกา 432/2503ฎีกา 2416/2566ฎีกา 3589/2525ฎีกา 727/2567ฎีกา 3830/2524ฎีกา 9200/2547ฎีกา 7201/2568ฎีกา 8086/2543ฎีกา 4802/2548ฎีกา 8909/2544ฎีกา 1028/2564ฎีกา 946/2550ฎีกา 1932/2526ฎีกา 1520/2548ฎีกา 16/2497ฎีกา 9407/2546ฎีกา 4527/2539ฎีกา 7651/2555ฎีกา 1369/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ