คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5929/2534
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่มุ่งต่อชีวิตบุคคลสองคน แม้จะเกิดขึ้นในเวลาใกล้เคียงกันและมีเจตนาให้ถึงแก่ความตายทั้งสองคน แต่หากการกระทำแต่ละครั้งแยกออกจากกันโดยเด็ดขาดในทางกายภาพและทางจิตใจ ถือเป็นความผิดคนละกรรมกัน
ย่อคำพิพากษา
ขณะที่จำเลยยิงผู้ตายทั้งสอง ผู้ตายทั้งสองอยู่ด้วยกันในห้องนอน จำเลยยิงนาย ล.ก่อนแล้วจึงยิงนาง น. จำเลยยอมรับว่าจำเลยยิงนาย ล. 2 นัด แล้วจึงยิงนาง น.1 นัด แสดงว่าในการยิงปืนแต่ละนัดความประสงค์และจุดมุ่งหมายของจำเลยได้แยกออกจากกันว่ากระสุนนัดใดจำเลยยิงผู้ตายคนใด เจตนาฆ่าผู้ตายทั้งสองในขณะจำเลยลงมือกระทำความผิดจึงแยกออกจากกันได้ ความต้องการให้ผู้ตายทั้งสองถึงแก่ความตายแม้จะเกิดขึ้นในใจของจำเลยพร้อม ๆ กัน และต่อเนื่องกับการลงมือกระทำความผิดก็มิใช่เจตนาในขณะที่จำเลยลงมือกระทำความผิด การกระทำความผิดของจำเลยจึงเป็นความผิดสองกรรม
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย · จำเลย - สิบตำรวจโทธวัช อารีย์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อัมพร ทองประยูร · ก้าน อันนานนท์ · อุดม เฟื่องฟุ้ง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเชียงราย - นายไพบูลย์ ถิรรุ่งเรือง · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นางสาวสมลักษณ์ จัดกระบวนพล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา