⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 633/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 633/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีขอให้ศาลมีคำพิพากษาในประเด็นที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดไปแล้วในคดีก่อนซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ

ย่อคำพิพากษา

คดีก่อนจำเลยฟ้องขับไล่โจทก์ออกจากที่ดินตาม ส.ค.1 เลขที่ 10/98 และ68/98 อ้างว่าโจทก์ได้เช่าที่ดินดังกล่าวของจำเลยกับผู้อื่นตามสัญญาเช่าเอกสารท้ายฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ได้เช่าที่ดินดังกล่าวตามสัญญาเช่าเอกสารท้ายฟ้อง พิพากษาให้ขับไล่โจทก์ หมายความว่าศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยแล้วว่า โจทก์อยู่ในที่ดินตามฟ้องโดยอาศัยสัญญาเช่า และไม่มีสิทธิครอบครอง การที่โจทก์มาฟ้องคดีนี้ขอให้พิพากษาว่าโจทก์เป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองที่ดิน ส.ค.1 เลขที่ 10/98 และ68/98 และสัญญาเช่าท้ายฟ้องคดีก่อนเป็นโมฆะ เท่ากับโจทก์ขอให้ศาลมีคำพิพากษาในประเด็นที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดไปแล้วในคดีก่อนซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ การฟ้องคดีนี้ของโจทก์จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 คดีนี้ศาลชั้นต้นยกฟ้อง มิใช่มีคำสั่งไม่รับฟ้อง จึงไม่อาจสั่งคืนค่าธรรมเนียมทั้งหมดให้โจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 151 ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.144 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.151

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า นางผิว จันตะเคียน เคยเป็นเจ้าของที่ดินส.ค.๑ เลขที่ ๑๐/๙๘เนื้อที่ประมาณ ๑๐ ไร่ และ ส.ค.๑ เลขที่ ๖๘/๙๘ เนื้อที่ประมาณ ๓๙ ไร่ ที่ดินทั้งสองอยู่ติดกันอยู่หมู่ที่ ๗ ตำบลคลองด่าน อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ต่อมานางผิวยกที่ดิน ส.ค.๑เลขที่ ๑๐/๙๘ ให้แก่โจทก์และนางตองอ่อนภริยาของโจทก์ และนางผิวกับทายาทนางผิวได้ขายที่ดินส.ค.๑ เลขที่ ๖๘/๙๘ ให้แก่โจทก์ โจทก์ปลูกบ้านเลขที่ ๗๗/๑ อยู่บนที่ดินมาเป็นเวลาประมาณ ๒๐ ปีโดยทายาทอื่นของนางผิวไม่เคยเกี่ยวข้องด้วย จำเลยได้หลอกลวงโจทก์ว่า จะไปทำการออกโฉนดที่ดินให้และให้โจทก์ลงชื่อในเอกสาร ต่อมาจำเลยมาฟ้องขับไล่โจทก์ออกจากที่ดินดังกล่าว โจทก์จึงทราบว่าเอกสารที่จำเลยให้โจทก์ลงชื่อเป็นแบบพิมพ์สัญญาเช่า ในที่สุดศาลพิพากษาให้ขับไล่โจทก์ตามคดีหมายเลขดำที่ ๑๗๑๒/๒๕๓๐ คดีหมายเลขแดงที่ ๑๘๐/๒๕๓๑ ของศาลชั้นต้น คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ซึ่งในคดีเดิมศาลมิได้วินิจฉัยถึงประเด็นที่ว่า ใครเป็นเจ้าของที่ดิน ส.ค.๑เลขที่ ๑๐/๙๘ และ ๖๘/๙๘ และสัญญาเช่าที่จำเลยนำมาฟ้องเป็นโมฆะหรือไม่ โจทก์จึงมาฟ้องคดีนี้ขอให้พิพากษาว่าโจทก์เป็นเจ้าของและผู้มีสิทธิครอบครองที่ดิน ส.ค.๑ เลขที่ ๑๐/๙๘ และเลขที่๖๘/๙๘ หมู่ ๗ ตำบลคลองด่าน อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องและพิพากษาว่าสัญญาเช่าลงวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๒๙ ที่จำเลยนำไปใช้ฟ้องโจทก์ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๘๐/๒๕๓๑ ของศาลชั้นต้นเป็นโมฆะ ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้ว มีคำสั่งว่า โจทก์ตั้งประเด็นมาในคำฟ้องเพื่อขอให้ศาลวินิจฉัยว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่พิพาท จำเลยไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่ ซึ่งเป็นประเด็นเดียวกับที่ศาลได้วินิจฉัยชี้ขาดในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๘๐/๓๕๓๑ จึงเป็นการรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา๑๔๘ เป็นฟ้องซ้ำ ให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การฟ้องคดีนี้ของโจทก์เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๘๐/๒๕๓๑ ของศาลชั้นต้น ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๔๔ ศาลชั้นต้นสั่งรับฟ้องไว้แล้ว ที่ศาลชั้นต้นสั่งให้ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ จึงมีอำนาจสั่งได้พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีปรากฏตามคำพิพากษาคดีแพ่งหมายเลขดำที่ ๑๗๑๒/๒๕๓๐หมายเลขแดงที่ ๑๘๐/๒๕๓๑ ระหว่างนายทองหล่อ จันตะเคียน (จำเลยคดีนี้) โจทก์ นายสุเทพจันตะเคียน (โจทก์คดีนี้) จำเลย ของศาลชั้นต้น เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๖ ว่า ในคดีดังกล่าวจำเลยได้ฟ้องขับไล่โจทก์ออกจากที่ดินตาม ส.ค.๑ เลขที่ ๑๐/๙๘ และ ๖๘/๙๘ โดยกล่าวอ้างว่าโจทก์ได้เช่าที่ดินดังกล่าวของจำเลยกับผู้อื่นตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๕ และศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยว่า โจทก์ได้เช่าที่ดินดังกล่าวจากจำเลยตามสัญญาเช่าเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๕ พิพากษาให้ขับไล่โจทก์ หมายความว่า ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยแล้วว่าโจทก์อยู่ในที่ดินตามฟ้องโดยอาศัยสัญญาเช่าและไม่มีสิทธิครอบครอง ดังนั้น การที่โจทก์คดีนี้ขอให้พิพากษาว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตาม ส.ค.๑ เลขที่ ๑๐/๙๘ และ ๖๘/๙๘ และสัญญาเช่าเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๕ เป็นโมฆะเท่ากับโจทก์ขอให้ศาลมีคำพิพากษาในประเด็นที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดไปแล้วในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่๑๘๐/๒๕๓๑ ของศาลชั้นต้น ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ การฟ้องคดีนี้ของโจทก์จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๔คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง มิใช่มีคำสั่งไม่รับฟ้อง จึงไม่อาจสั่งคืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดให้โจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๕๑ ได้ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 633/2534 นายสุเทพ จันตะเคียน โจทก์ นายทองหล่อ จันตะเคียน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุเทพ จันตะเคียน · จำเลย - นายทองหล่อ จันตะเคียน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อัมพร ทองประยูร · เจริญ นิลเอสงฆ์ · ชลิต ประไพศาล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายอิศเรศ ชัยรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายมงคล สระฏัน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5640/2542ฎีกา 812/2534ฎีกา 6828/2537ฎีกา 686/2546ฎีกา 171/2513ฎีกา 5414/2536ฎีกา 1767/2536ฎีกา 3413/2541ฎีกา 559-561/2532ฎีกา 445/2541ฎีกา 1182/2491ฎีกา 39/2530ฎีกา 4651/2551ฎีกา 1499/2551ฎีกา 516/2486ฎีกา 1485/2547ฎีกา 1323/2530ฎีกา 261/2506ฎีกา 3190/2530ฎีกา 208/2540ฎีกา 6506/2547ฎีกา 3330-3331/2524ฎีกา 19/2504ฎีกา 6353/2550
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา