⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6383/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6383/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแปลงหนี้ใหม่ย่อมระงับหนี้เดิมและก่อให้เกิดหนี้ใหม่ขึ้นแทน หนี้ใหม่ที่เกิดขึ้นนั้นย่อมสามารถนำทรัพย์สินมาจำนองเป็นประกันได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์จำเลยทำสัญญาแปลงหนี้ใหม่เปลี่ยนตัวเจ้าหนี้และลูกหนี้หนี้เดิมเป็นอันระงับ หนี้ใหม่เป็นหนี้เงิน จำเลยย่อมจำนองที่ดินเป็นประกันหนี้ได้ ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า จำเลยจำนองที่ดินเพื่อประกันหนี้เงินกู้ตามฟ้องหรือไม่ แล้ววินิจฉัยว่าหนี้ระหว่างโจทก์จำเลยเกิดขึ้นจากการแปลงหนี้ใหม่ สัญญาจำนองจึงมีผลบังคับได้นั้น หาใช่เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นไม่เพราะการวินิจฉัยถึงการแปลงหนี้ใหม่ก็เพื่อให้ทราบถึงที่มาแห่งหนี้ของโจทก์จำเลยให้ชัดขึ้นเท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.349 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.702

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจดทะเบียนจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 6606ไว้กับโจทก์เพื่อเป็นประกันการกู้ยืมเงินจำนวน 328,847 บาทพร้อมดอกเบี้ย กำหนดไถ่คืนภายใน 1 ปี โดยหนี้ดังกล่าวเกิดจากการแปลงหนี้สัญญาเช่าซื้อ ครบกำหนดจำเลยไม่ชำระโจทก์บอกกล่าวบังคับจำนองแล้ว ขอให้จำเลยชำระหนี้หากไม่ชำระให้ยึดที่ดินจำนองออกขายทอดตลาด จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยไม่เคยกู้เงินโจทก์สัญญาจำนองเป็นโมฆะ ศาลชั้นต้นพิพากษา ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 337,068.17 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีของต้นเงิน 328,847 บาทนับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ หากไม่ชำระก็ให้บังคับจำนองยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 6606 ออกขายทอดตลาดแล้วนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาจะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อแรกว่า ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยคดีนอกประเด็นหรือไม่ เห็นว่าการทำสัญญาแปลงหนี้ใหม่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 349ถือว่าหนี้เดิมได้ระงับไปแล้วด้วยการแปลงหนี้ใหม่ และมีหนี้ใหม่เกิดขึ้นแทน โจทก์มีสิทธิที่จะบังคับเอาจากจำเลยตามหนี้ใหม่ที่เกิดขึ้นเพราะสัญญาแปลงหนี้ หนี้ใหม่เป็นหนี้เงิน จำเลยย่อมจำนองที่ดินเพื่อเป็นประกันหนี้ได้ ที่ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นในการชี้สองสถานว่า จำเลยได้จดทะเบียนจำนองที่ดินเพื่อเป็นประกันการกู้ยืมเงินจำนวน 328,847 บาท ตามฟ้องหรือไม่ แล้วศาลล่างทั้งสองได้กำหนดประเด็นตอนวินิจฉัยว่า หนี้ตามสัญญาจำนองเป็นหนี้ที่เกิดจากการแปลงหนี้ใหม่ หรือเป็นหนี้เงินกู้ที่จำเลยกู้ยืมจากโจทก์แต่ไม่ได้รับเงิน แล้ววินิจฉัยว่า หนี้ระหว่างโจทก์จำเลยเกิดขึ้นจากการแปลงหนี้ใหม่ สัญญาจำนองจึงมีผลบังคับได้นั้น หาใช่เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นไม่ การที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยถึงการแปลงหนี้ใหม่ ก็เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุที่มาแห่งหนี้ระหว่างโจทก์และจำเลยให้ชัดขึ้นเท่านั้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6383/2534 นาง ลัด ดา เจริญ ค้า โจทก์ นางสาว สุกัญญา ว่องวิกรัย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง ลัด ดา เจริญ ค้า · จำเลย - นางสาว สุกัญญา ว่องวิกรัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุระ หวังอ้อมกลาง · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · เพ็ง เพ็งนิติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 5473/2548ฎีกา 3206/2537ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 1536/2500ฎีกา 2834/2527ฎีกา 8875/2542ฎีกา 3099/2524ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 1084/2539ฎีกา 1896/2492ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 5423/2553ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 805/2506ฎีกา 4484/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา