⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6424/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6424/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของเจ้าพนักงานที่จะเป็นความผิดฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ได้นั้น จะต้องเป็นการกระทำที่เกินขอบเขตอำนาจหน้าที่ หรือละเลยไม่ปฏิบัติการตามหน้าที่ตามกฎหมาย และการกระทำนั้นต้องมีเจตนากระทำไปโดยทุจริต หรือโดยมีวัตถุประสงค์อื่นอันมิชอบด้วยกฎหมาย.

ย่อคำพิพากษา

ในวันเกิดเหตุ จำเลยกับพวกพาผู้เสียหายกับพวกไปสถานีตำรวจเพื่อเจรจากับตัวแทนของ จ.ในคดีที่ จ. ร้องทุกข์ว่าผู้เสียหายฉ้อโกง และทำบันทึกการจับกุมไว้ แต่จำเลยยังมิได้จับกุมผู้เสียหายส่งต่อพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีเพราะตัวแทนของ จ. มิได้ขอให้จับกุมเพียงแต่ขอให้จำเลยช่วยทวงเงินคืนจากผู้เสียหายเท่านั้นหลังจากนั้นได้พากันไปเจรจากันต่อที่ห้องพักของจำเลยที่แฟลตเจ้าพนักงานตำรวจ และผู้เสียหายได้ค้างคืนที่ห้องพักของจำเลยโดยสมัครใจ มิได้ถูกควบคุมตัว จึงถือไม่ได้ว่ามีการจับกุมผู้เสียหายในวันดังกล่าว แม้จะมีการทำบันทึกการจับกุมไว้แล้ว แต่เมื่อยังมิได้มีการจับกุมผู้เสียหายตามบันทึกการจับกุมนั้น การที่จำเลยมิได้ส่งตัวผู้เสียหายต่อพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีในวันดังกล่าว แต่เพิ่งจะจับกุมผู้เสียหายในภายหลังเมื่อคดีตกลงกันไม่ได้จึงได้มีการแก้ไขวันที่จับกุมผู้เสียหายให้ถูกต้องตามความเป็นจริง จึงไม่เป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.157

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จำเลยไม่ได้ให้การ แต่แถลงขอต่อสู้คดี ศาลชั้นต้นพิพากษา ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ให้รอการกำหนดโทษไว้มีกำหนด 2 ปี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ยุติว่า เมื่อวันที่3 มีนาคม 2529 จำเลยกับพวกได้ไปพบนางบุญนำ กุณธิ ผู้เสียหายที่บริษัทของผู้เสียหายเพื่อทวงถามให้ผู้เสียหายคืนเงินจำนวน23,000 บาท ให้แก่นายสังข์ทอง มัจจุปะ ตัวแทนของนายเจิด เฉยฉินตามที่นายเจิดได้ร้องทุกข์กล่าวหาว่าผู้เสียหายได้ฉ้อโกงเงินจำนวนดังกล่าวไปจากนายเจิดโดยผู้เสียหายได้รับเงินจำนวนนี้ไปจากนายเจิดโดยสัญญาว่าจะส่งนายเจิดไปทำงานที่ต่างประเทศแต่ไม่ได้ส่งไปตามสัญญา จำเลยกับพวกพาผู้เสียหายกับพวกไปเจรจาเพื่อตกลงกันที่สถานีตำรวจนครบาลลุมพินีตามที่นายเจิดไปแจ้งความไว้ แต่ตกลงกันไม่ได้ จากนั้นจึงพากันไปเจรจากันต่อที่ห้องพักของจำเลยที่แฟลตเจ้าพนักงานตำรวจกองปราบปรามและผู้เสียหายได้ค้างคืนที่ห้องพักของจำเลยดังกล่าว จนกระทั่งวันที่ 5 มีนาคม2529 ผู้เสียหายยังตกลงกับนายสังข์ทองตัวแทนของนายเจิดไม่ได้ จำเลยจึงให้สิบตำรวจเอกทวีชาติ สังข์ขาว ส่งตัวผู้เสียหายแก่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลลุมพินีเพื่อดำเนินคดีต่อไปมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้องโจทก์หรือไม่ ฯลฯจากพยานหลักฐานดังกล่าว เป็นการเจือสมข้อนำสืบของจำเลยที่ว่าในวันที่ 3 มีนาคม 2529 ยังมิได้ทำการจับกุมผู้เสียหาย จึงมิได้ส่งตัวผู้เสียหายต่อพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีในวันนั้น เป็นเพราะผู้เสียหายและนายกิตติกาญจน์ บุตรชายของผู้เสียหายเกรงว่านายสังข์ทองตัวแทนของนายเจิดจะไม่ยอมปล่อยตัวผู้เสียหายไปจึงได้ให้นายกิตติกาญจน์ทำบันทึกไว้ว่า ผู้เสียหายสมัครใจพักอยู่ที่ห้องของจำเลยโดยมิได้มีผู้ใดบังคับขู่เข็ญแต่อย่างใดแม้จะฟังว่าบันทึกการจับกุม ตามเอกสารหมาย จ.3 จะได้ทำครั้งแรกในวันที่ 3 มีนาคม 2529 แต่ยังมิได้มีการจับกุมผู้เสียหายตามบันทึกการจับกุมนั้น ย่อมต้องถือว่าจำเลยยังมิได้จับกุมผู้เสียหายตามความเป็นจริง เพิ่งจะมาจับกุมผู้เสียหายในวันที่ 5 มีนาคม 2529เมื่อคดีตกลงกันไม่ได้ จึงได้มีการแก้ไขวันที่จับกุมผู้เสียหายให้ถูกต้องตามความเป็นจริง ทั้งนี้เพราะนายสังข์ทองเบิกความยืนยันว่า แม้จะได้ออกหมายจับผู้เสียหายไว้แล้ว แต่ตนมิได้ขอให้จับกุมผู้เสียหายในวันที่ 3 มีนาคม 2529 เพียงแต่ขอให้จำเลยช่วยทวงเงินคืนจากผู้เสียหายเท่านั้น จึงไม่ถือว่ามีการจับกุมผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 78(4) ในวันนั้นการที่จำเลยให้ผู้เสียหายพักค้างคืนอยู่ที่ห้องพักของจำเลยก็มิได้มีการควบคุมผู้เสียหายแต่อย่างใด หากแต่ผู้เสียหายสมัครใจอยู่ที่นั่นเองเพราะเป็นคนจังหวัดเดียวกับจำเลยเนื่องจากเกรงว่านายสังข์ทองจะให้ส่งตัวผู้เสียหายไปคุมขังที่สถานีตำรวจ จำเลยจึงไม่มีความผิดตามฟ้อง พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6424/2534 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ ร.ต.อ. ธิติเทพหรือวัชรินทร์ แสง วิจิตร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - ร.ต.อ. ธิติเทพหรือวัชรินทร์ แสง วิจิตร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · ก้าน อันนานนท์ · พินิจ พาลี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4789/2565ฎีกา 975/2531ฎีกา 6635/2551ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 5973/2537ฎีกา 955/2512ฎีกา 2907/2526ฎีกา 1491/2537ฎีกา 313/2526ฎีกา 198/2564ฎีกา 605/2511ฎีกา 2719/2528ฎีกา 845/2487ฎีกา 2745/2524ฎีกา 3215/2538ฎีกา 1680/2532ฎีกา 4076/2534ฎีกา 7281/2537ฎีกา 852/2538ฎีกา 644/2464ฎีกา 4392/2531ฎีกา 1337/2538ฎีกา 5138/2537ฎีกา 8764/2554
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา