⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 935/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 935/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องบังคับตามสัญญาขายลดตั๋วเงิน ไม่ใช่การฟ้องบังคับตามตั๋วแลกเงิน จึงไม่ต้องบอกกล่าวการไม่ใช้เงินไปยังผู้จ่ายภายในกำหนดเวลาตามกฎหมาย และดอกเบี้ยให้เป็นไปตามที่ตกลงกันในสัญญาขายลดตั๋วเงินนั้น อายุความในการฟ้องร้องบังคับตามสัญญาขายลดตั๋วเงินมีกำหนด 10 ปี.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันออกตั๋วแลกเงินแล้วนำไปขายลดตั๋วเงินไว้แก่โจทก์ เมื่อโจทก์เรียกเก็บเงินตามตั๋วแลกเงินไม่ได้ โจทก์ขอให้จำเลยทั้งสองชำระเงินตามตั๋วแลกเงินพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 17.5 ต่อปี ตามที่ได้ตกลงกันไว้กับโจทก์ย่อมเป็นที่เข้าใจได้ว่าการเรียกดอกเบี้ยในอัตราสูงดังกล่าวเรียกตามสัญญาขายลดตั๋วเงินนั่นเอง ทั้งท้ายฟ้องของโจทก์ยังได้แนบสำเนาสัญญาขายลดตั๋วแลกเงินของจำเลยทั้งสองไว้อีกด้วย ฟ้องของโจทก์ไม่เคลือบคลุม โจทก์ฟ้องบังคับฐานผิดสัญญาขายลดตั๋วเงิน ไม่ใช่ฟ้องบังคับตามตั๋ว แลกเงิน จึงนำบทบัญญัติตาม ป.พ.พ. มาตรา 963 และ 973มาใช้บังคับไม่ได้ดังนั้น โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวการไม่ใช้เงินไปยังจำเลยที่ 2 ภายใน 4 วันก่อน โจทก์ฟ้องบังคับจำเลยที่ 2 ตามสัญญาขายลดตั๋วเงิน ดอกเบี้ยจึงต้องเป็นไปตามอัตราที่ตกลงไว้ จำเลยที่ 2 จะให้บังคับในอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 968(2) ไม่ได้ จำเลยที่ 2 ผิดสัญญาขายลดตั๋วเงิน โจทก์เรียกร้องให้จำเลยที่ 2 ปฏิบัติตามสัญญาซึ่งไม่มีกฎหมายกำหนดเรื่องอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงมีอายุความ 10 ปี.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.164 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.369 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.823 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.963 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.968 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.973 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1002

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัดมีจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2526จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการและในฐานะส่วนตัวร่วมกันออกตั๋วแลกเงินจำนวนเงิน 500,000 บาทลงวันที่ 6 ตุลาคม2526 สั่งบริษัทเรือขุกแร่จุตติ จำกัด จ่ายเงินให้แก่ธนาคารโจทก์สาขาบ้านนาสารภายในกำหนด 22 วัน นับแต่วันออกตั๋ว ต่อมาจำเลยทั้งสองนำตั๋วแลกเงินไปขายลดให้โจทก์ ครั้นตั๋วแลกเงินถึงกำหนดโจทก์ส่งไปให้ธนาคารโจทก์ สาขาภูเก็ต เรียกเก็บเงินจากบริษัทเรือขุดแร่จุตติ จำกัด แต่เรียกเก็บไม่ได้ จำเลยทั้งสองต้องใช้เงินคืนโจทก์พร้อมทั้งดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 17.5 ต่อปี ในต้นเงินจำนวน 500,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2526 ถึงวันที่ 30 เมษายน 2529 รวม 2 ปี 6 เดือน เป็นเงินดอกเบี้ยจำนวน 218,750 บาท และในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีของต้นเงินจำนวน 500,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2529 ถึงวันฟ้องเป็นเวลา 1 เดือน 15 วันเป็นเงินดอกเบี้ยจำนวน 9,375 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระต้นเงินจำนวน 500,000 บาท และดอกเบี้ยที่ค้างจำนวน 228,125 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้อง เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะมิได้กล่าวให้แจ้งชัดว่าฟ้องในข้อหาเรียกเงินตามตั๋วแลกเงิน หรือผิดสัญญาขายลดตั๋วเงิน ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ โจทก์ไม่มีสิทธิคิดดอกเบี้ยจากจำเลยทั้งสองในอัตราร้อยละ 17.5 ต่อปีโจทก์ผ่อนเวลาให้แก่ผู้จ่ายโดยจำเลยที่ 2 มิได้ตกลงด้วย โจทก์จึงสิ้นสิทธิที่จะไล่เบี้ยจากจำเลยที่ 2 ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ชำระเงินจำนวน 500,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีในจำนวนเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2526 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ยกฟ้องคดีสำหรับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "สำหรับประเด็นข้อแรกที่ว่าฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่นั้น จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า โจทก์ไม่บรรยายฟ้องให้ชัดเจนว่าจะฟ้องเรียกเงินตามตั๋วเงินหรือเรียกเงินตามสัญญาขายลดตั๋วเงิน เห็นว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันออกตั๋วแลกเงินนำไปขายลดตั๋วเงินไว้แก่โจทก์ เมื่อโจทก์เรียกเก็บเงินตามตั๋วแลกเงินไม่ได้ โจทก์ขอให้จำเลยทั้งสองชำระเงินตามตั๋วแลกเงินพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 17.5 ต่อปีตามที่ได้ตกลงกันไว้กับโจทก์ ย่อมเป็นที่เข้าใจได้ว่าการเรียกดอกเบี้ยในอัตราสูงดังกล่าวเรียกตามสัญญาขายลดตั๋วเงินนั่นเอง ท้ายฟ้องของโจทก์ยังได้แนบสำเนาสัญญาขายลดตั๋วแลกเงินของจำเลยทั้งสองไว้อีกด้วยคำฟ้องของโจทก์แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์ว่าจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามสัญญาขายลดตั๋วเงินและขอให้บังคับตามข้อตกลงในสัญญาขายลดตั๋วเงิน ฟ้องของโจทก์จึงชอบด้วยกฎหมายแล้วประเด็นข้อสองเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์นั้น จำเลยที่ 2 ฎีกาว่าโจทก์ไม่ได้ให้อำนาจนายโกมลซื้อขายลดตั๋วเงินแทนโจทก์การที่นายโกมลรับซื้อไว้แทนโจทก์ที่ธนาคารของโจทก์ สาขาบ้านนาสารเป็นการกระทำนอกอำนาจนั้นปรากฏว่าโจทก์มอบอำนาจให้นายโกมลฟ้องคดีนี้ ถือว่าโจทก์ได้ให้สัตยาบันแก่การซื้อขายลดตั๋วเงินของธนาคารโจทก์ สาขาบ้านนาสารแล้ว และประเด็นข้อสามที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะโจทก์มิได้บอกกล่าวการไม่ใช้เงินไปยังจำเลยที่ 2 ภายใน 4 วัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 963 โจทก์สิ้นสิทธิไล่เบี้ยเอาจากจำเลยที่ 2 ตามมาตรา 973นั้น ศาลได้วินิจฉัยแล้วว่าโจทก์บังคับฐานผิดสัญญาขาดลดตั๋วเงินไม่ใช่ฟ้องบังคับตามตั๋วแลกเงิน จึงนำบทบัญญัติสองมาตราดังกล่าวมาใช้บังคับไม่ได้ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ประเด็นข้อที่สี่เรื่องโจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยจากจำเลยที่ 2 หรือไม่ จำเลยที่ 2 ฎีกาว่าจำเลยที่ 2 ไม่ได้ตกลงเรื่องดอกเบี้ยที่จะให้แก่โจทก์ในอัตราร้อยละ17.5 ต่อปี ถ้าหากจะต้องเสียตามกฎหมายในเรื่องตั๋วเงิน โจทก์ก็มีสิทธิเรียกได้ในอัตราร้อยละ 5 ต่อปี นั้นเห็นว่าโจทก์ฟ้องบังคับจำเลยที่ 2 ตามสัญญาขายลดตั๋วเงิน ดอกเบี้ยจึงต้องเป็นไปตามอัตราที่ตกลงกันไว้ จำเลยที่ 2 จะให้บังคับในอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 968 (2) ไม่ถูกต้องสำหรับประเด็นที่ห้าเรื่องคดีขาดอายุความหรือไม่ จำเลยที่ 2 ฎีกาว่าโจทก์จะต้องนำคดีมาฟ้องภายในกำหนด 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ตั๋วแลกเงินถึงกำหนด โจทก์ฟ้องคดีนี้เกิน 1 ปี คดีขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1002 นั้น เห็นว่า จำเลยที่ 2ผิดสัญญาขาดลดตั๋วเงิน โจทก์เรียกร้องให้จำเลยที่ 2 ปฏิบัติตามสัญญาซึ่งไม่มีกฎหมายกำหนดเรื่องอายุความไว้โดยเฉพาะจึงมีอายุความ10 ปี คดีของโจทก์ไม่ขาดอายุความ..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 935/2534 ธนาคาร กรุงเทพ ฯ พา ณิชย การ จำกัด โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เหมืองแร่ อั่นฮวด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร กรุงเทพ ฯ พา ณิชย การ จำกัด · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด เหมืองแร่ อั่นฮวด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · ชุม สุกแสงเปล่ง · โสภณ จันเทรมะ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 163/2491ฎีกา 767/2518ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 312/2531ฎีกา 3616/2558ฎีกา 4082/2530ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 2983/2549ฎีกา 2026/2494ฎีกา 6105/2531ฎีกา 56/2520ฎีกา 1055/2492ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 1531/2526ฎีกา 1130/2544ฎีกา 4564/2543ฎีกา 2224/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ