⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1286/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1286/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
บันทึกคำให้การพยานที่จำเลยเบิกความเป็นพยานโจทก์ในคดีอาญาว่า จำเลยกู้เงินจากโจทก์คดีนี้จริงและยังมิได้ชำระหนี้คืนนั้น เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือตาม ป.พ.พ. มาตรา 653 วรรคแรก ใช้ฟ้องร้องบังคับคดีแก่จำเลยได้

ย่อคำพิพากษา

หลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญตาม ป.พ.พ. มาตรา 653 วรรคแรกนั้น อาจเกิดขึ้นในขณะกู้ยืมเงินกันหรือภายหลังจากนั้นก็ได้ บันทึกคำให้การพยานที่จำเลยเบิกความเป็นพยานโจทก์ในคดีอาญาว่า จำเลยกู้เงินจากโจทก์คดีนี้จริงและยังมิได้ชำระหนี้คืนนั้น เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือ ใช้ฟ้องร้องบังคับคดีแก่จำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้เงินกู้จำนวน ๙๐,๐๐๐ บาท และดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า ไม่เคยกู้เงินโจทก์ การกู้ยืมไม่มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อจำเลยเป็นสำคัญไม่อาจฟ้องร้องบังคับคดีได้ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๙๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๒๗ เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระให้แก่โจทก์เสร็จสิ้น จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังเป็นยุติว่าจำเลยกู้เงินโจทก์จำนวน๙๐,๐๐๐ บาท โดยไม่ได้ทำสัญญากู้ยืมเป็นหนังสือ ต่อมาจำเลยเบิกความเป็นพยานโจทก์ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๔๑๒/๒๕๒๗ ของศาลอาญาธนบุรีว่า จำเลยกู้เงินจำนวนดังกล่าวจากโจทก์คดีนี้จริงและยังมิได้ชำระหนี้คืนปรากฏตามภาพถ่ายคำให้การพยานเอกสารหมาย จ.๗ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่า เอกสารหมาย จ.๗ ใช้เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินได้หรือไม่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๓ วรรคแรก บัญญัติว่า "การกู้ยืมเงินกว่าห้าสิบบาทขึ้นไปนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่" ศาลฎีกาเห็นว่าหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือลงลายมือชื่อจำเลยผู้ยืมที่จะนำมาฟ้องคดีนั้นอาจเกิดขึ้นในขณะกู้ยืมเงินกันหรือภายหลังจากนั้นก็ได้ สำหรับคดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกหนี้เงินกู้จากจำเลยโดยอาศัยคำให้การพยานที่จำเลยเบิกความไว้ในคดีหมายเลขแดงที่ ๑๔๑๒/๒๕๒๗ ของศาลอาญาธนบุรี เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืม คำให้การพยานเอกสารหมายจ.๗ ดังกล่าวซึ่งจำเลยให้การด้วยความสมัครใจเอง จึงเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือใช้ฟ้องร้องบังคับคดีแก่จำเลยได้ เมื่อจำเลยยังมิได้ชำระหนี้เงินกู้ยืม จำเลยต้องรับผิดใช้คืนแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1286/2535 นายบรรลือ กิจกำธร โจทก์ นางสายพิณ อ้นอมร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายบรรลือ กิจกำธร · จำเลย - นางสายพิณ อ้นอมร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เจริญ นิลเอสงฆ์ · เพ็ง เพ็งนิติ · บุญธรรม อยู่พุก
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งธนบุรี - นายสมพันธ์ พันธุสิริ · ศาลอุทธรณ์ - นายพิธี อุปปาติก
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 320/2482ฎีกา 1345/2532ฎีกา 1462/2565ฎีกา 2923/2525ฎีกา 1452/2511ฎีกา 552/2548ฎีกา 2776/2525ฎีกา 231/2482ฎีกา 170/2546ฎีกา 2721/2548ฎีกา 94/2474ฎีกา 272/2490ฎีกา 1897/2538ฎีกา 199/2537ฎีกา 1277/2493ฎีกา 1578/2493ฎีกา 1313/2515ฎีกา 8732/2549ฎีกา 275/2487ฎีกา 978/2510ฎีกา 2195/2533ฎีกา 794/2509ฎีกา 3055/2526ฎีกา 1896/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา