⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 15/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมของจำเลย หากไม่มีพยานหลักฐานอื่นมาสนับสนุนเพียงพอ จะไม่สามารถรับฟังลงโทษจำเลยได้.

ย่อคำพิพากษา

ส. พยานโจทก์เบิกความว่า พยานไม่ทราบว่าใครเป็นผู้กระทำผิดภรรยาของผู้เสียหายบังคับให้พยานไปให้การต่อพนักงานสอบสวนว่าพยานกับจำเลยเป็นผู้กระทำผิด พยานจึงให้การไปเช่นนั้น โดยพนักงานสอบสวนรับว่าจะกันพยานไว้เป็นพยาน ขณะเกิดเหตุพยานเป็นลูกจ้าง ผู้เสียหายและ ร. พี่สาวผู้เสียหายเป็นผู้พาพยานไปให้การต่อพนักงานสอบสวนจึงเป็นไปได้ว่าพยานอาจถูกบังคับให้ไปให้การจริง คำให้การของพยานในชั้นสอบสวนจึงไม่น่าเชื่อถือ ส่วนคำเบิกความในชั้นศาลนั้นพยานเบิกความหลังจากลาออกจากงานที่อู่ของผู้เสียหายแล้วฝ่ายผู้เสียหายจึงไม่อาจบังคับพยานได้อีกต่อไป น่าเชื่อว่าพยานได้เบิกความไปตามความจริง คำเบิกความของพยานจึงมีน้ำหนัก คำให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมของจำเลย เป็นเพียงพยานบอกเล่าเมื่อโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานอื่นมาสนับสนุน ลำพังแต่เพียงคำให้การรับสารภาพดังกล่าว ไม่เพียงพอที่จะรับฟังได้ว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิดตามฟ้อง.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายอาญา ม.358

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องให้ลงโทษจำเลบยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 358 จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจุบกุม เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา เป็นเหตุบรรเทาโทษาลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสี่ คงจำคุก 9 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่าวันเกิดเหตุมีผู้ใช้แก๊สดัดเหล็กดัดทำลายเหล็กยึดโครงแม่แบบสำหรับต่อตัวถังรถยนต์แวนของผู้เสียหาย เป็นเหตุให้โครงแม่แบบเสียหายใช้การไม่ได้ มีปัญหาว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีนายสุชาติ โพธิพิพิธ เป็นประจักษ์พยานเพียงปากเดียวเบิกความว่าพยานไม่ทราบว่าใครเป็นคนตัดเหล็กยึดโครงแม่แบบของอู่เจริญชัยภรรยาขจองเถ้าแก่ของอู่บังคับให้พยานไปให้การพนักงานสอบสวนว่าพยานกับจำเลยเป็นดัดเหล็กยึดโครงแม่แบบ พยานจึงไปให้การเช่นนั้นโดยพนักงานสอบสวนรับว่าจะกันพยานไว้เป็นพยาน ศาลฎีกาเห็นว่าขณะเกิดเหตุพยานเป็นลูกจ้างของผู้เสียหาย ทั้งได้ความจากพยานว่านางรัตติยาพี่สาวผู้เสียหายเป็นผู้พาพยานไปให้การต่อพนักงานสอบสวนจึงมีทางเป็นไปได้ว่าพยานอาจถูกบังคับให้ไปให้การจริง คำให้การของพยานในชั้นสอบสวนจึงไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นความจริง ส่วนคำเบิกความของพยานนั้น พยานมาเบิกความหลังจากลาออกจากงานที่อู่ของผู้เสียหายแล้ว ทางฝ่ายผู้เสียหายจึงไม่อาจบังคับพยานได้อีกต่อไป จึงน่าเชื่อว่าพยานได้เบิกความไปตามความเป็นจริง คำเบิกความของพยานจึงมีน้ำหนักรับฟังได้ว่าพยานไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้ตัดเหล็กยึดโครงแม่แบบของผู้เสียหาย ส่วนข้อที่โจทก์นำสืบว่าชั้นจับกุมจำเลยให้การรับสารภาพตามเอกสารหมาย จ.2 นั้น จำเลยก็นำสืบโต้แย้งว่าจำเลยไม่ได้ให้การรับสารภาพเจ้าพนักงานตำรวจให้จำเลยลงชขื่อในบันทึกโดยไม่ได้อ่านให้จำเลยฟัง อย่างไรก็ตามคำให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมก็เป็นเพียงพยานบอกเล่า เมื่อโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานอื่นมาสนับสนุนลำพังแต่เพียงคำให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมของจำเลย จึงไม่เพียงพอที่จะรับฟังได้ว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิดตามฟ้อง" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15/2535 พนักงานอัยการ จังหวัด กาญจนบุรี โจทก์ นาย ชินบุตร ดาวเจริญพร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด กาญจนบุรี · จำเลย - นาย ชินบุตร ดาวเจริญพร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประพัฒน์ อุชุภาพ · บุญส่ง วรรณกลาง · สะสม สิริเจริญสุข
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 845/2543ฎีกา 3027/2540ฎีกา 185/2535ฎีกา 705/2507ฎีกา 98/2537ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 3119/2558ฎีกา 2234/2535ฎีกา 6856/2544ฎีกา 362/2540ฎีกา 435/2535ฎีกา 7490/2540ฎีกา 66/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ