⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1733/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1733/2535

ป.พ.พ. ม.72, 75, 538 · พ.ร.บ.เทศบาล ม.7, 39 · ป.วิ.แพ่ง ม.55

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
นายกเทศมนตรีมีอำนาจฟ้องคดีแทนเทศบาลได้โดยไม่ต้องขออนุมัติผู้ใดก่อน หากเทศบาลได้รับความเสียหายจากการกระทำของจำเลย ข้อตกลงที่มีลักษณะต่างตอบแทนกัน แม้จะไม่มีบทกฎหมายกำหนดให้ต้องจดทะเบียน ก็มีผลผูกพันคู่กรณีตามสัญญา และหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ปฏิบัติตาม คู่กรณีอีกฝ่ายมีสิทธิฟ้องร้องบังคับคดีได้

ย่อคำพิพากษา

พ.ร.บ.เทศบาล พ.ศ.2496 มาตรา 7 และมาตรา 39 กำหนดให้เทศบาลตำบลเมืองพลโจทก์เป็นทบวงการเมือง มีคณะเทศมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบในการบริหารกิจการของเทศบาลตามกฎหมาย โดยมีนายกเทศมนตรีเป็นหัวหน้า โจทก์จึงมีฐานะเป็นนิติบุคคลตาม ป.พ.พ.มาตรา 72 และนายกเทศมนตรีมีฐานะเป็นผู้แทนของโจทก์ตามที่กำหนดไว้ใน ป.พ.พ. มาตรา 75ที่จะแสดงให้ปรากฏซึ่งความประสงค์ของโจทก์ที่เป็นนิติบุคคล การฟ้องคดีนั้นเป็นการบริหารกิจการของเทศบาลอย่างหนึ่งซึ่งไม่มีบทบัญญัติใน พ.ร.บ.เทศบาล พ.ศ.2496 กำหนดไว้ในที่ใดว่าจะต้องมีการขออนุมัติผู้ใดก่อน นายกเทศมนตรีจึงมีอำนาจเป็นผู้แทนโจทก์ที่จะฟ้องคดีจำเลยได้ ในเมื่อโจทก์ได้รับความเสียหายจากการกระทำของจำเลย โจทก์จำเลยได้มีข้อตกลงเป็นการตอบแทนกันให้จำเลยสร้างโรงภาพยนตร์ในที่ดินของโจทก์โดยให้โรงภาพยนตร์ตกเป็นของโจทก์ แต่จำเลยมีสิทธิเช่ามีกำหนด 20 ปี การที่มีข้อตกลงเป็นการตอบแทนกันดังกล่าวเป็นเรื่องของสัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดาข้อสัญญาต่างตอบแทนกันเช่นนี้ไม่มีบทกฎหมายกำหนดไว้ให้ต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่คู่กรณีจึงต้องผูกพันกันตามสัญญาที่มีลักษณะต่างตอบแทน เมื่อระยะเวลาที่โจทก์ฟ้องเรียกร้องมานั้นอยู่ในระยะเวลาที่จำเลยยังมีสิทธิใช้ประโยชน์ในโรงภาพยนตร์ตามสัญญา จำเลยก็ต้องมีหน้าที่ชำระค่าตอบแทนตามสัญญา การที่ข้อตกลงในสัญญาจะเรียกว่าเป็นค่าเช่าหรืออย่างไรนั้นไม่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงไปให้ข้อตกลงที่มีอยู่ต่อกันขัดต่อกฎหมายแต่อย่างใด ในเมื่อจำเลยไม่ชำระตามข้อตกลงโจทก์ก็มีสิทธิที่จะฟ้องให้จำเลยชำระได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงชื่อที่จะเรียกว่าเป็นค่าเช่าหรือค่าตอบแทนตามสัญญา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.72 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.75 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.538 พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496 ม.7 พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496 ม.39

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.72 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.75 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.538 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยยกที่ดินให้โจทก์ มีเงื่อนไขว่าให้โจทก์สร้างโรงภาพยนตร์ให้จำเลยเช่า และโจทก์ได้สร้างโรงภาพยนตร์เสร็จ จำเลยทำสัญญาเช่าโรงภาพยนตร์โจทก์มีกำหนดเวลา ๒๐ ปี ค่าเช่าเดือนละ ๑๒,๕๐๐ บาท จำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่ารวม ๑๕ เดือน เป็นเงิน๑๘๗,๕๐๐ บาท ขอให้จำเลยชำระค่าเช่าจำนวน ๑๘๗,๘๐๐ บาท กับดอกเบี้ยอัตราร้อบละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยได้ทำสัญญาเช่าโรงภาพยนตร์ตามฟ้องจริง แต่ไม่ได้จดทะเบียนการเช่า จำเลยไม่ได้ค้างชำระค่าเช่าตามฟ้อง เจ้าพนักงานของโจทก์ทุจริตเกี่ยวกับการเงินแล้วหลบหนีไป โจทก์ฟ้องคดีโดยไม่ได้รับอนุมัติจากสภาเทศบาลหรือผู้ว่าราชการจังหวัดหรือกระทรวงมหาดไทย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๕๓๘ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๑๘๗,๕๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.๒๔๙๖มาตรา ๗ และมาตรา ๓๙ กำหนดให้เทศบาลตำบลเมืองพลโจทก์เป็นทบวงการเมือง มีคณะเทศมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบในการบริหารกิจการของเทศบาลตามกฎหมาย โดยมีนายกเทศมนตรีเป็นหัวหน้า โจทก์จึงมีฐานะเป็นนิติบุคคลตาม ป.พ.พ. มาตรา ๗๒ และนายกเทศมนตรีมีฐานะเป็นผู้แทนของโจทก์ตามที่กำหนดไว้ใน ป.พ.พ. มาตรา ๗๕ ที่จะแสดงให้ปรากฏซึ่งความประสงค์ของโจทก์ที่เป็นนิติบุคคล การฟ้องคดีนั้นเป็นการบริหารกิจการของเทศบาลอย่างหนึ่งซึ่งไม่มีบทบัญญัติใน พ.ร.บ.เทศบาล พ.ศ.๒๔๙๖ กำหนดไว้ในที่ใดว่าจะต้องมีการขออนุมัติผู้ใดก่อน นายกเทศมนตรีจึงมีอำนาจเป็นผู้แทนโจทก์ที่จะฟ้องคดีจำเลยได้ ในเมื่อโจทก์ได้รับความเสียหายจากการกระทำของจำเลย โจทก์จำเลยได้มีข้อตกลงเป็นการตอบแทนกันให้จำเลยสร้างโรงภาพยนตร์ในที่ดินของโจทก์โดยให้โรงภาพยนตร์ตกเป็นของโจทก์ แต่จำเลยมีสิทธิเช่ามีกำหนด ๒๐ ปีการที่มีข้อตกลงเป็นการตอบแทนกันดังกล่าวเป็นเรื่องของสัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดา ข้อสัญญาต่างตอบแทนกันเช่นนี้ไม่มีบทกฎหมายกำหนดไว้ให้ต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ คู่รณีจึงต้องผูกพันกันตามสัญญาที่มีลักษณะต่างตอบแทน เมื่อระยะเวลาที่โจทก์ฟ้องเรียกร้องมานั้นอยู่ในระยะเวลาที่จำเลยยังมีสิทธิใช้ประโยชน์ในโรงภาพยนตร์ตามสัญญาการที่ข้อตกลงในสัญญาจะเรียกว่าเป็นค่าเช่าหรืออย่างไรนั้น ไม่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงไปให้ข้อตกลงที่มีอยู่ต่อกันขัดต่อกฎหมายแต่อย่างใด ในเมื่อจำเลยไม่ชำระตามข้อตกลงโจทก์ก็มีสิทธิที่จะฟ้องให้จำเลยชำระได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงชื่อที่จะเรียกว่าเป็นค่าเช่าหรือค่าตอบแทนตามสัญญา พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1733/2535 เทศบาลตำบลเมืองพล โจทก์ นายเทียมิ้ง เตชะตานนท์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - เทศบาลตำบลเมืองพล · จำเลย - นายเทียมิ้ง เตชะตานนท์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม เฟื่องฟุ้ง · ก้าน อันนานนท์ · อัมพร ทองประยูร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดขอนแก่น - (อำเภอพล) นายสำเรือง กมลละคร · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายเดิมพัน จรรยามั่น
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1616/2522ฎีกา 1687/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา