⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1738/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1738/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อพยานหลักฐานที่คู่ความนำสืบมาเพียงพอที่จะวินิจฉัยข้อเท็จจริงได้แล้ว ศาลย่อมไม่จำต้องส่งเอกสารไปตรวจพิสูจน์ลายมือชื่ออีก

ย่อคำพิพากษา

ตามทางนำสืบของโจทก์และจำเลยปรากฏว่าทั้งสองฝ่ายมีพยานบุคคล ที่รู้เห็นมาให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลายมือชื่อของโจทก์ในเอกสารหนังสือมอบอำนาจและสัญญาซื้อขาย และมีเอกสารอื่นที่เป็นลายมือชื่อ ที่แท้จริงของโจทก์เข้ามาสู่การพิจารณา พอที่จะให้เห็นได้แล้วว่าข้อเท็จจริงควรจะฟังไปทางใด การที่จะส่งเอกสารดังกล่าวไปตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อดังกล่าวก็คงได้แต่ความเห็นของผู้ตรวจพิสูจน์ เท่านั้นเมื่อพยานหลักฐานของทั้งสองฝ่ายที่นำสืบมาสามารถวินิจฉัย ได้แล้วจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องส่งเอกสารดังกล่าวนั้นไป ตรวจพิสูจน์อีก.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.86 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.104

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่า สัญญาซื้อขายที่ดินมี น.ส.3ระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นโมฆะ เพราะจำเลยปลอมลายมือชื่อโจทก์ในหนังสือมอบอำนาจและสัญญาซื้อขาย และเรียกให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า โจทก์ตกลงโอนที่ดินชำระหนี้เงินกู้แก่จำเลยโดยทำหนังสือมอบอำนาจในการจดทะเบียนขายที่ดินให้แก่จำเลยจำเลยจดทะเบียนเกี่ยวกับที่ดินโดยชอบ จึงไม่เป็นโมฆะ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหาย ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ปัญหาตามฎีกาของโจทก์มีว่าสมควรส่งเอกสารหมาย จ.2 และ ล.1 ไปตรวจพิสูจน์ว่า ลายมือชื่อในช่องผู้มอบอำนาจและผู้ขายนั้นเป็นลายมือชื่อของโจทก์หรือไม่ ในข้อนี้ได้ความตามทางนำสืบของโจทก์และจำเลยว่าทั้งสองฝ่ายมีพยานบุคคลที่รู้เห็นมาให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องลายมือชื่อของโจทก์ในเอกสารทั้งสองฉบับแล้ว และมีเอกสารอื่นที่เป็นลายมือชื่อที่แท้จริงของโจทก์เข้ามาสู่การพิจารณา พอที่จะให้เห็นได้แล้วว่าข้อเท็จจริงควรจะฟังไปทางใด ในการที่จะส่งเอกสารดังกล่าวไปเพื่อตรวจพิสูจน์นั้นก็คงได้แต่ความเห็นของผู้ตรวจพิสูจน์เท่านั้นว่าจะเป็นไปในทางใด ในเมื่อพยานหลักฐานที่ทั้งสองฝ่ายนำสืบมาสามารถวินิจฉัยได้แล้วเช่นนี้กรณีไม่มีความจำเป็นที่จะต้องอาศัยความเห็นดังกล่าวอีก ที่ศาลล่างทั้งสองเห็นต้องกันว่าไม่จำเป็นแก่คดีนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นแล้วศาลฎีกาวินิจฉัยต่อไปว่า โจทก์ได้ตกลงขายที่ดินให้จำเลยและมอบอำนาจให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนที่ดินมาเป็นของจำเลย การซื้อขายเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1738/2535 นาง สม ร เทพเนาว์ โจทก์ นาย สม ชัย บุญ ทอง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง สม ร เทพเนาว์ · จำเลย - นาย สม ชัย บุญ ทอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม เฟื่องฟุ้ง · ก้าน อันนานนท์ · อัมพร ทองประยูร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4964/2539ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1913/2520ฎีกา 3007/2525ฎีกา 1195/2535ฎีกา 108/2538ฎีกา 1267/2500ฎีกา 1384/2518ฎีกา 536/2536ฎีกา 62/2539ฎีกา 196/2523ฎีกา 20/2536ฎีกา 1603/2551ฎีกา 9117/2539ฎีกา 4036-4037/2530ฎีกา 1500/2542ฎีกา 1162/2515ฎีกา 1350/2495ฎีกา 199/2535ฎีกา 7828/2547ฎีกา 2647/2535ฎีกา 3005/2541ฎีกา 1166/2491ฎีกา 3763/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา