⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2092/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2092/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และการพาอาวุธปืนไปในเมืองหรือทางสาธารณะ เป็นความผิดคนละกรรมกัน โดยมีเจตนาในการกระทำความผิดที่แตกต่างกัน.

ย่อคำพิพากษา

ความผิดข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและข้อหาพาอาวุธปืนไปตามถนนอันเป็นสาธารณะ มีการกระทำที่แยกจากกันเป็นแต่ละฐานความผิดได้โดยชัดเจน ไม่เกี่ยวเนื่องกันและเจตนาในการกระทำความผิดก็เป็นคนละอย่างแตกต่างกัน ความผิดทั้งสองข้อหาจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.91

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 ข้อ 3,6, 7 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 91, 371 ที่แก้ไขแล้ว และสั่งริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคแรก, 72, 72 ทวิวรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองลงโทษจำคุก 1 ปี ข้อหาพาอาวุธปืนที่มีไว้ในครอบครองติดตัวไปตามถนนอันเป็นทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 6 เดือน รวมลงโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 เห็นสมควรลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 9 เดือน ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาวินิจฉัยตามที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาขึ้นมาในข้อที่ว่า ข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหาพาอาวุธปืนไปตามถนนอันเป็นทางสาธารณะเป็นความผิดกรรมเดียวกันหรือไม่ เห็นว่า ความผิดทั้งสองข้อหามีการกระทำที่แยกจากกันเป็นแต่ละฐานความผิดได้โดยชัดเจน ไม่เกี่ยวเนื่องกันและเจตนาในการกระทำความผิดก็เป็นคนละอย่างแตกต่างจากกัน ความผิดทั้งสองข้อหา จึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2092/2535 พนักงานอัยการ จังหวัด นครราชสีมา โจทก์ นาย สี ลา เตชะ แก้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด นครราชสีมา · จำเลย - นาย สี ลา เตชะ แก้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เธียรไท สุนทรนันท · นำชัย สุนทรพินิจกิจ · สุชาติ สุขสุมิตร
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1514/2532ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 1089/2551ฎีกา 1336/2553ฎีกา 2884/2519ฎีกา 4943/2567ฎีกา 1567/2535ฎีกา 5305/2539ฎีกา 7958/2555ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1699/2525ฎีกา 1774/2536ฎีกา 1715/2545ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1875/2547ฎีกา 2047/2533ฎีกา 6847/2567ฎีกา 8297/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 9797/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ