คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2380/2535
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขายทอดตลาดที่ฝ่าฝืนกฎหมาย หากศาลสั่งเพิกถอนการขาย มีผลเสมือนไม่มีการขาย และต้องเพิกถอนการโอนทรัพย์นั้นแก่ผู้ซื้อและผู้รับโอนต่อๆ ไปเสมอ ไม่ว่าผู้รับโอนจะสุจริตหรือเสียค่าตอบแทนหรือไม่
ย่อคำพิพากษา
การขายทอดตลาดฝ่าฝืน ป.วิ.พ. มาตรา 296 วรรคสองนั้นถ้าศาลสั่งเพิกถอนการขาย มีผลเสมือนไม่มีการขาย แม้มีการโอนทรัพย์นั้นให้ผู้ซื้อ แล้วก็จะต้องเพิกถอนการโอนไม่ว่าผู้รับโอนจะสุจริตหรือเสียค่าตอบแทนหรือไม่ แต่ตราบใดที่ยังไม่มีการเพิกถอนการขายทอดตลาด ผู้ซื้อมีสิทธิรับโอนทั้งมีสิทธิโอนให้ผู้อื่นโจทก์จะฟ้องขอให้เพิกถอนการฉ้อฉล ตาม ป.พ.พ. มาตรา 237 ยังไม่ได้การรับโอนและการโอนไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 ดังนี้โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องผู้ซื้อและผู้รับโอนต่อ ๆ มาซึ่งทรัพย์นั้น.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการโอนกรรมสิทธิ์จากโจทก์เป็นของจำเลยที่ 1 และการโอนกรรมสิทธิ์ระหว่างจำเลยทั้งสอง หากจำเลยทั้งสองไม่ไปจดทะเบียนการโอนให้ถือคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง
ศาลชั้นต้นตรวจฟ้องแล้ววินิจฉัยว่าเป็นฟ้องซ้อนกับคดีที่ขอให้เพิกถอนการขาย พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นรับคำฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณา
จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองมีว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะจำเลยทั้งสองมิได้โต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์หรือไม่ เห็นว่า ในคดีที่ร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีโดยอ้างว่าได้ดำเนินการโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296วรรคสอง นั้น หากศาลไต่สวนแล้วเห็นว่าการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นไปโดยมิชอบก็จะมีคำสั่งให้เพิกถอนการขาย ซึ่งมีผลทำให้เสมือนไม่มีการขาย แม้จะมีการโอนทรัพย์ให้ผู้ซื้อไปแล้ว ก็จะต้องเพิกถอนการโอนนั้น หรือหากผู้ซื้อได้โอนให้แก่บุคคลอื่นก่อนแล้วไม่ว่าจะโอนไปกี่ทอดและไม่ว่าผู้รับโอนจะสุจริตหรือเสียค่าตอบแทนหรือไม่ก็ตาม ก็จะต้องเพิกถอนการโอนหมดเพราะผู้รับโอนไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอนตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำสั่งให้เพิกถอนการขาย ตราบนั้นก็ยังต้องถือว่าการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นไปโดยชอบผู้ซื้อย่อมมีสิทธิรับโอนทรัพย์มาได้ และมีสิทธิโอนต่อ ๆ ไปได้ คดีนี้ข้อเท็จจริงปรากฏตามคำฟ้องของโจทก์ว่าโจทก์ได้ยื่นคำร้องในคดีหมายเลขแดงที่ 265/2528 ของศาลชั้นต้น ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินรายนี้อ้างว่าการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นไปโดยมิชอบ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ คดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์ก็มาฟ้องเป็นคดีนี้ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าศาลยังไม่มีคำสั่งให้เพิกถอนการขายทอดตลาดในคดีดังกล่าวจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้ซื้อจากการขายทอดตลาดย่อมมีสิทธิรับโอนที่ดินแปลงนี้ตามคำสั่งศาลและมีสิทธิโอนต่อให้แก่จำเลยที่ 2 ดังที่ได้วินิจฉัยข้างต้น เมื่อจำเลยที่ 1 และที่ 2 มีสิทธิรับโอนก็ย่อมไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์แต่อย่างไร และจำเลยที่ 1 ก็ยังมิได้เป็นลูกหนี้ของโจทก์ในการที่จะฟ้องขอให้เพิกถอนการฉ้อฉลได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 แต่เห็นพ้องด้วยในผลของคำพิพากษาศาลชั้นต้น..."
พิพากษายืน ให้ยกฟ้องโจทก์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2380/2535
นางสาว พัท รี สม บุญ ยิ่ง โจทก์
นาง จรุงศรี เทือกสุบรร ณ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสาว พัท รี สม บุญ ยิ่ง · จำเลย - นาง จรุงศรี เทือกสุบรร ณ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เพ็ง เพ็งนิติ · เจริญ นิลเอสงฆ์ · บุญธรรม อยู่พุก |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ