คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2530/2535
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลอื่นปลูกสร้างโรงเรือนในที่ดินที่ติดกับที่ดินของตน แม้จะอยู่ริมแม่น้ำ แต่หากโรงเรือนนั้นมิได้ปลูกสร้างบังที่ดินของตนหรือปิดกั้นทางลงสู่แม่น้ำของตน และตนยังไม่เคยเข้าทำประโยชน์ในที่ดินนั้นมาก่อน ย่อมไม่ถือว่าตนได้รับความเสียหายเป็นกรณีพิเศษตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1337 จึงไม่มีอำนาจฟ้องให้รื้อถอนโรงเรือนนั้นได้
ย่อคำพิพากษา
จำเลยปลูกสร้างโรงเรือนเป็นร้านอาหารในที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่ชายตลิ่งริมแม่น้ำ มีทางสาธารณะคั่นอยู่ระหว่างที่ดินของโจทก์กับร้านอาหารของจำเลย จำเลยจึงมิได้ปลูกสร้างโรงเรือนบังหน้าที่ดินของโจทก์หรือปิดกั้นทางลงสู่แม่น้ำของโจทก์ และโจทก์ยังไม่เคยเข้าทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทมาก่อนจำเลยโจทก์จึงไม่ได้รับความเสียหายเป็นกรณีพิเศษตาม ป.พ.พ. มาตรา 1337 ไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยรื้อถอนโรงเรือนออกไป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางวัลยา อนันตกูล · จำเลย - นางลิ้มหรือส้มลิ้ม นวลฉวี กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เธียรไท สุนทรนันท · นำชัย สุนทรพินิจกิจ · สุชาติ สุขสุมิตร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่งธนบุรี - นายโกษา ปิยสิรานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประสิทธิ แสนศิริ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา