คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2532/2535
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลกำหนดวิธีการเพื่อคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา โดยให้จำเลยนำเงินที่ได้จากการบริหารกิจการมาวางศาลนั้น เป็นการบังคับให้จำเลยนำผลประโยชน์ที่ได้รับมาวางไว้ มิใช่การบังคับเอาแก่ทรัพย์สินของจำเลย จำเลยจึงต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาล และไม่อาจขอวางหลักทรัพย์อื่นเป็นประกันได้
ย่อคำพิพากษา
การที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งกำหนดวิธีการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ชั่วคราวของโจทก์ก่อนพิพากษา ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 264 โดยให้จำเลยนำเงินที่ได้จากการบริหารกิจการโรงแรม น. มาวางศาลเดือนละ150,000 บาท นับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นนั้น มีลักษณะเป็นการบังคับให้จำเลยนำผลประโยชน์ที่ได้รับในการบริหารกิจการโรงแรมดังกล่าวในระหว่างพิจารณาคดีมาวางไว้ที่ศาล มิใช่เป็นเรื่องประสงค์จะบังคับเอาแก่ทรัพย์สินของจำเลย จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งจำเลยจะขอวางหลักทรัพย์อื่นเป็นหลักประกันหาได้ไม่.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้สืบเนื่องจากศาลอุทธรณ์มีคำสั่งกำหนดวิธีการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของโจทก์ในระหว่างพิจารณา โดยให้จำเลยทั้งสองนำเงินที่ได้จากการบริหารกิจการโรงแรมนครอินทร์มาวางศาลเดือนละ150,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขออนุญาตนำที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 1428, 1429 ตำบลวังม้า อำเภอลาดยาวจังหวัดนครสวรรค์ เนื้อที่ 43 ไร่ 1 งาน และ 11 ไร่ 2 งาน 60ตารางวา ตามลำดับ ของนายเชื่อ จันทรานุสรณ์ ราคา 21,000,000 บาทเศษวางเป็นหลักประกันแทนการวางเงิน
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้จำเลยทั้งสองนำเงินมาวางศาลเดือนละ 150,000 บาท จำเลยทั้งสองจะนำหลักประกันมาวางศาลหาได้ไม่ให้ยกคำร้อง
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน
จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้จำเลยทั้งสองนำเงินที่ได้จากการบริหารกิจการโรงแรมนครอินทร์มาวางศาลเดือนละ150,000 บาท นับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นนั้น เป็นวิธีการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ชั่วคราวก่อนพิพากษาอย่างหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264มีลักษณะเป็นการบังคับให้จำเลยทั้งสองนำผลประโยชน์ที่ได้รับในการบริหารกิจการโรงแรมดังกล่าวในระหว่างพิจารณามาวางไว้ที่ศาลมิใช่เป็นเรื่องที่ประสงค์จะบังคับเอาแก่ทรัพย์สินของจำเลยทั้งสองดังที่จำเลยทั้งสองฎีกาไม่ จำเลยทั้งสองจึงมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งซึ่งโดยสภาพแล้วไม่อาจจะนำหลักทรัพย์มาวางประกันได้เนื่องจากมิใช่เป็นเรื่องที่จะบังคับเอาแก่ทรัพย์สินหรือเป็นประกันความเสียหายของโรงแรมหรือทรัพย์สินอื่นแต่อย่างใดจำเลยทั้งสองจะต้องนำเงินมาวางศาลเดือนละ 150,000 บาท โดยจะขอวางหลักประกันหาได้ไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2532/2535
นาย พงษ์ศักดิ์ อรทัยวิลาส กับพวก โจทก์
บริษัท ฮิมพาเลซ จำกัด กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาย พงษ์ศักดิ์ อรทัยวิลาส กับพวก · จำเลย - บริษัท ฮิมพาเลซ จำกัด กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · ราเชนทร์ จัมปาสุต · มงคล สระฏัน |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ