คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2779/2535
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากบุคคลหนึ่งดำเนินกิจการร่วมกับอีกบุคคลหนึ่ง โดยได้รับผลประโยชน์จากกิจการนั้น บุคคลนั้นย่อมต้องร่วมรับผิดในความเสียหายที่เกิดจากการกระทำละเมิดของลูกจ้างที่ทำงานในกิจการนั้นด้วย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของ ท. สามีจำเลยที่ 2 ได้ขับรถคันเกิดเหตุไปในทางการที่จ้างของ ท. เมื่อรายได้จากกิจการเดินรถคันดังกล่าวท. ได้นำมาใช้จ่ายในครอบครัว แม้ค่าเช่าซื้อรถก็ใช้เงินที่มีอยู่ในครอบครัวที่สะสมไว้ จึงเป็นการดำเนินกิจการร่วมกัน จำเลยที่ 2 ย่อมเป็นนายจ้างของจำเลยที่ 1 และเป็นหุ้นส่วนของ ท. ผู้เป็นสามีด้วย จำเลยที่ 2 จึงต้องร่วมรับผิดชำระค่าเสียหายในการกระทำละเมิดของจำเลยที่ 1 ให้แก่โจทก์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของและผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุกสิบล้อยี่ห้อนิสสันคันหมายเลขทะเบียน 80-5223 ลพบุรี จำเลยที่ 1เป็นลูกจ้างของนายทองใบ สนเจียม กับจำเลยที่ 2 มีหน้าที่ขับรถยนต์บรรทุกสิบล้อยี่ห้อฮีโน่คันหมายเลขทะเบียน 80-2422สุโขทัย จำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนและทายาทโดยชอบธรรมของนายทองใบซึ่งเดิมก่อนตายเป็นเจ้าของและผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุกสิบล้อยี่ห้อฮีโน่คันหมายเลขทะเบียน 80-2422 สุโขทัย และเป็นนายจ้างของจำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยที่ 2 ขณะเกิดเหตุอยู่ในระยะเวลาตามสัญญาประกันภัยที่จำเลยที่ 3 เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์บรรทุกสิบล้อยี่ห้อฮีโน่คันหมายเลขทะเบียน 80-2422 สุโขทัย ของนายทองใบเพื่อความวินาศภัยอันเกิดแก่บุคคลภายนอก จำเลยที่ 1 ในระหว่างปฏิบัติงานหน้าที่ลูกจ้างและในทางการที่จ้างของนายทองใบกับจำเลยที่ 2 ได้ขับรถยนต์บรรทุกสิบล้อยี่ห้อฮีโน่คันหมายเลขทะเบียน80-2422 สุโขทัย ด้วยความประมาท ชนรถยนต์บรรทุกสิบล้อยี่ห้อนิสสันคันหมายเลขทะเบียน 80-5223 ลพบุรี ของโจทก์ ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย
จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ และขาดนัดพิจารณา
จำเลยที่ 2 ที่ 3 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้เป็นลูกจ้างของนายทองใบ จำเลยที่ 2 ไม่ได้เป็นเจ้าของรถยนต์คันที่จำเลยที่ 1ขับ จำเลยที่ 1 ไม่ได้ขับรถด้วยความประมาท ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน 204,000 บาท ในหนี้เงินจำนวนนี้เฉพาะจำเลยที่ 3 ให้ร่วมรับผิดต่อโจทก์ 100,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยที่ 2 ที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ที่ 3ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า จำเลยที่ 1เป็นลูกจ้างของนายทองใบ สนเจียม จำเลยที่ 2 เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายทองใบ ในวันเกิดเหตุจำเลยที่ 1ได้ขับรถยนต์บรรทุกสิบล้อของนายทองใบ หมายเลขทะเบียน80-2422 สุโขทัย ซึ่งเอาประกันภัยไว้กับจำเลยที่ 3 ไปในทางการที่จ้างชนกับรถยนต์บรรทุกสิบล้อของโจทก์ หมายเลขทะเบียน 80-5223ลพบุรี ซึ่งมีนายจำนงค์ สีทา ลูกจ้างของโจทก์เป็นผู้ขับ ที่บริเวณสี่แยกถนนสายอ่างทอง - ท่าลาน ตัดกับถนนสายบ้านหม้อ - ท่าเรือ เขตตำบลบางโขมด อำเภอบ้านหมอจังหวัดสระบุรี เป็นเหตุให้รถของโจทก์พลิกตะแคงขวาได้รับความเสียหายและนายทองใบซึ่งนั่งมาในรถของตนถึงแก่ความตาย...
ปัญหาต่อไปมีว่าจำเลยที่ 2 ต้องร่วมรับผิดชำระค่าเสียหายดังกล่าวให้แก่โจทก์หรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของนายทองใบ สนเจียม กับจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 2เป็นภริยาของนายทองใบจึงเป็นหุ้นส่วนและเป็นทายาทโดยธรรมของนายทองใบ เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของนายทองใบได้ขับรถคันเกิดเหตุไปในทางการที่จ้างของนายทองใบรายได้จากกิจการนายทองใบได้นำมาใช้จ่ายในครอบครัว แม้ค่าเช่าซื้อรถคันเกิดเหตุก็ใช้เงินที่มีอยู่ในครอบครัวที่สะสมไว้ จึงเป็นการดำเนินกิจการร่วมกัน จำเลยที่ 2 ย่อมเป็นนายจ้างของจำเลยที่ 1 และเป็นหุ้นส่วนของนายทองใบผู้เป็นสามีด้วย จำเลยที่ 2จึงต้องร่วมรับผิดชำระค่าเสียหายดังกล่าวให้แก่โจทก์"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2779/2535
นาย บุญ เลิศ วร ปัญญา โจทก์
นาย สงวน หรือ เที่ยง ( ไม่ทราบ นามสกุล ) กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาย บุญ เลิศ วร ปัญญา · จำเลย - นาย สงวน หรือ เที่ยง ( ไม่ทราบ นามสกุล ) กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | บุญธรรม อยู่พุก · ยงยุทธ ธารีสาร · ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา