⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3369/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3369/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องคดีแพ่งได้ แม้จำเลยคัดค้าน หากการถอนฟ้องนั้นไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบในการดำเนินคดี.

ย่อคำพิพากษา

การที่ศาลจะอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องในคดีแพ่งได้หรือไม่ เป็นอำนาจของศาลที่จะใช้ดุลพินิจ แม้จำเลยจะคัดค้าน แต่หากศาลเห็นว่าการถอนฟ้องของโจทก์ไม่เป็นเหตุให้จำเลยเสียเปรียบในเชิงคดี เพราะหากโจทก์นำคดีมาฟ้องใหม่ จำเลยมีสิทธิต่อสู้คดีได้เต็มที่ ก็อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.175 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.5

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินตามหนังสือรับสภาพหนี้จำนวน ๙๗๘,๓๔๕.๓๖ บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๘๔๒,๕๗๔.๒๑ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การว่า จำเลยได้ชำระหนี้ให้โจทก์บางส่วนแล้ว คงค้างชำระเพียง๖๙๑,๓๒๘ บาทเท่านั้น ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นชี้สองสถานแล้วมีคำสั่งให้นัดสืบพยานโจทก์ ก่อนสืบพยานโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้อง จำเลยคัดค้านว่า ตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๓๑ ศาลสั่งให้โจทก์แถลงรายการหนี้สินภายใน ๗ วัน มิฉะนั้นถือว่าจำเลยไม่ได้เป็นหนี้โจทก์ตามฟ้อง จึงไม่ควรอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาในชั้นนี้ว่า คำสั่งของศาลล่างทั้งสองที่อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องนั้นชอบหรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๕ บัญญัติไว้ความว่าภายหลังจำเลยยื่นคำให้การแล้ว โจทก์อาจยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลชั้นต้น เพื่ออนุญาตให้โจทก์ถอนคำฟ้องได้ ศาลจะอนุญาตหรือไม่อนุญาตหรืออนุญาตในเงื่อนไขตามที่เห็นสมควรก็ได้ แต่ห้ามไม่ให้ศาลอนุญาตโดยมิได้ฟังจำเลยหรือผู้ร้องสอดถ้าหากมีก่อน แสดงว่าการที่จะอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องนั้น เป็นอำนาจของศาลที่จะใช้ดุลพินิจ ที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ขอถอนฟ้องขัดต่อคำแถลงของโจทก์ตามรายงานกระบวนพิจารณา ฉบับวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๓๑ และโจทก์ไม่อาจแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องเพราะไม่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย และชี้สองสถานไปแล้ว การถอนฟ้องของโจทก์จึงจงใจทำให้จำเลยเสียหายและเอาเปรียบจำเลย เป็นการใช้สิทธิไม่สุจริตศาลต้องไม่อนุญาตและต้องสั่งว่าจำเลยไม่ได้เป็นหนี้โจทก์ตามคำสั่งศาลตามรายงานกระบวนพิจารณาวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๓๑ นั้น เห็นว่า ตามคำแถลงของโจทก์ตามรายงานกระบวนพิจารณาฉบับวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๓๑ โจทก์ได้แถลงเกี่ยวกับหนี้สินของจำเลยต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนดแล้ว กล่าวคือ แถลงต่อศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๓๑ โดยแจ้งว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์มีจำนวนมากกว่าที่ฟ้อง เนื่องจากพนักงานของโจทก์แจ้งยอดหนี้ผิด ทำให้โจทก์ฟ้องเรียกเงินจากจำเลยน้อยกว่าที่ค้างชำระอยู่จริง การใช้สิทธิถอนฟ้องของโจทก์เป็นการใช้สิทธิตามกฎหมายหากถอนฟ้องแล้วโจทก์นำคดีมาฟ้องใหม่ จำเลยก็มีสิทธิต่อสู้คดีเต็มที่เช่นกัน การที่ฝ่ายใดจะแพ้หรือชนะคดีย่อมแล้วแต่พยานหลักฐานของคู่กรณี ตรงกันข้ามหากศาลไม่อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้อง จำเลยอาจจะได้เปรียบในเชิงคดีก็เป็นได้ เพราะหากจำเลยเป็นหนี้โจทก์มากกว่าที่ฟ้อง จำเลยอาจไม่ต้องชำระหนี้จำนวนดังกล่าว จึงถือไม่ได้ว่าโจทก์ดำเนินกระบวนพิจารณาโดยใช้สิทธิไม่สุจริตเอาเปรียบในเชิงคดีแต่ประการใด ที่ศาลล่างทั้งสองอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องนั้นชอบแล้ว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3369/2535 บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์พารา จำกัด โจทก์ นางสาวนันทนา จันทร์สิทธิพงศ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์พารา จำกัด · จำเลย - นางสาวนันทนา จันทร์สิทธิพงศ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เพี้ยน พุทธสุอัตตา · บุญศรี กอบบุญ · เสมอ อินทรศักดิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายอำนวย หมวดเมือง · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญอินทร์ ส่งเสริมสกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6909/2543ฎีกา 1152/2538ฎีกา 1739/1739ฎีกา 1750/2505ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1020/2545ฎีกา 3462/2530ฎีกา 2903/2536ฎีกา 912/2490ฎีกา 2891/2537ฎีกา 1145/2495ฎีกา 1081-1082/2522ฎีกา 2132/2538ฎีกา 679/2506ฎีกา 2987/2517ฎีกา 408/2524ฎีกา 4122/2540ฎีกา 1049/2522ฎีกา 3761-3765/2533ฎีกา 178/2485ฎีกา 1325/2506ฎีกา 4003/2529ฎีกา 960/2485ฎีกา 6302/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา