คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3618/2535
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยวิ่งหนีไปทางเดียวกับคนร้ายหลังเกิดเหตุ ไม่เพียงพอที่จะรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยสมคบกับคนร้ายยิงผู้เสียหาย
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานใดแสดงว่า ก่อนเกิดเหตุและขณะเกิดเหตุจำเลยได้กระทำการอย่างใดหรือมีพฤติการณ์อย่างใดแสดงถึงว่าจำเลยอาจสมคบกับคนร้ายที่ยิงผู้เสียหาย คงปรากฏแต่เพียงว่าหลังเกิดเหตุจำเลยได้วิ่งหนีไปทางเดียวกับคนร้ายเท่านั้น แต่ทางที่คนร้ายและจำเลยวิ่งหนีไปก็เป็นทางเดิน ซึ่งผู้เสียหายกับพวกและคนร้ายกับพวกและจำเลยเดินตามกันมา จำเลยก็นำสืบว่าเมื่อวิ่งออกพ้นที่เกิดเหตุแล้ว คนร้ายกับพวกก็วิ่งแยกทางไป ค.และส.พยานโจทก์ก็เบิกความว่า หลังจากเกิดเหตุแล้วจำเลยก็คงอยู่ที่บ้านจำเลยตามปกติและจำเลยยังอ้างว่าได้ไปเยี่ยมผู้เสียหายด้วยส่วนคนร้ายกับพวกได้หลบหนีไป จำเลยเบิกความไม่มีข้อพิรุธประการใดกรณียังเป็นที่สงสัยตามสมควร ข้อเท็จจริงยังรับฟังไม่ได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยสมคบกับคนร้ายยิงผู้เสียหาย เม็ดตะกั่วกระสุนปืนของกลางเป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดจึงสมควรให้ริบ.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 80, 83, 33 ริบเม็ดตะกั่วกระสุนปืนลูกซองซึ่งแพทย์ผ่าออกจากตัวผู้เสียหายเป็นของกลาง
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295, 83 จำคุก 2 ปี ริบของกลาง ข้อหาอื่นให้ยก
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว มีข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่าผู้เสียหายถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง 1 นัด ในขณะที่ผู้เสียหายเดินกลับจากเที่ยวงานกลางคืนพร้อมด้วยภรรยาและน้องชายโดยคนร้ายที่ยิงผู้เสียหายกับพวกเดินตามหลังผู้เสียหายมา จำเลยเดินอยู่ในกลุ่มคนร้ายด้วย เมื่อคนร้ายยิงผู้เสียหายแล้ว คนร้ายกับพวกก็วิ่งหนีไป จำเลยวิ่งหนีไปในทางเดียวกับพวกคนร้าย มีปัญหาว่าจำเลยสมคบกับคนร้ายในการกระทำผิดครั้งนี้ด้วยหรือไม่เห็นว่า โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานอย่างใดแสดงว่า ก่อนเกิดเหตุและขณะเกิดเหตุจำเลยได้กระทำการอย่างใดที่เป็นการสมคบกับคนร้ายหรือมีพฤติการณ์อย่างใดแสดงถึงว่าจำเลยอาจสมคบกับคนร้าย คงปรากฏแต่เพียงว่าหลังเกิดเหตุจำเลยได้วิ่งหนีไปทางเดียวกับคนร้ายเท่านั้นแต่ทางที่คนร้ายและจำเลยวิ่งหนีไปก็เป็นทางเดิน ซึ่งผู้เสียหายกับพวกและคนร้ายกับพวกและจำเลยเดินตามกันมา จำเลยก็นำสืบว่าเมื่อวิ่งออกพ้นที่เกิดเหตุแล้ว คนร้ายกับพวกก็วิ่งแยกทางไป นางคูณและนายสมหมาย พยานโจทก์ก็เบิกความว่า หลังจากเกิดเหตุแล้วจำเลยก็คงอยู่ที่บ้านจำเลยตามปกติ และจำเลยยังอ้างว่าได้ไปเยี่ยมผู้เสียหายด้วย ส่วนคนร้ายกับพวกได้หลบหนีไป จำเลยเบิกความไม่มีข้อพิรุธประการใด กรณียังเป็นที่สงสัยตามสมควร ข้อเท็จจริงยังรับฟังไม่ได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยสมคบกับคนร้ายยิงผู้เสียหาย ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้นแต่เม็ดตะกั่วกระสุนปืนของกลางเป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิด จึงสมควรให้ริบ"
พิพากษายืน แต่ให้ริบของกลาง.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3618/2535
พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด กบินทร์บุ รี โจทก์
นาย สรรเสริญ ฟอง เกิด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด กบินทร์บุ รี · จำเลย - นาย สรรเสริญ ฟอง เกิด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิทวัส อยู่วัฒนา · ไพศาล รางชางกูร · ประสิทธิ์ แสนศิริ |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ