⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 39/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 39/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยที่อาศัยอยู่หลายแห่ง โดยส่งไปยังภูมิลำเนาแห่งหนึ่งของจำเลยและมีบุคคลที่อยู่ร่วมบ้านรับไว้แทน ถือว่าเป็นการส่งโดยชอบแล้ว หากจำเลยไม่ยื่นคำให้การและไม่มาศาล ถือว่าจำเลยขาดนัดโดยจงใจและไม่อาจขอให้พิจารณาใหม่ได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 มีถิ่นที่อยู่หลายแห่งซึ่งอยู่สับเปลี่ยนกันไปบ้านเลขที่ที่ระบุในคำฟ้องเป็นภูมิลำเนาอีกแห่งหนึ่งของจำเลยที่ 1 แม้จะมิใช่บ้านที่จำเลยที่ 1 มีชื่ออยู่ในสำเนาทะเบียนบ้านก็ตาม การที่พนักงานเดินหมายนำหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องกับหมายนัดสืบพยานโจทก์ไปส่งที่บ้านดังกล่าวโดยมีภริยาของจำเลยที่ 1 เป็นผู้รับไว้แทน จึงถือว่าได้ส่งหมายนั้น ๆ ให้แก่จำเลยที่ 1 ทราบโดยชอบแล้ว จำเลยที่ 1 ไม่ยื่นคำให้การภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดและไม่ไปศาลในวันสืบพยานโจทก์ ถือว่าจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาโดยจงใจ จำเลยที่ 1 จึงไม่อาจขอให้พิจารณาใหม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.76 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.197 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.202 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.207 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.208 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.45

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้ตามสัญญาบัญชีเดินสะพัดและค้ำประกัน จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีไปฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ โดยอ้างเหตุที่มิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาว่า โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ศาลจังหวัดนครราชสีมา โดยนำส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยที่ 1 ณ บ้านเลขที่ 96 ถนนราชบุตรตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานีแต่ขณะนั้นจำเลยที่ 1 มีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านเลขที่ 5 ตำบลเหล่าบกอำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี ปรากฏตามสำเนาทะเบียนบ้านท้ายคำร้อง จำเลยที่ 1 จึงไม่ได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องและมิได้ยื่นคำให้การและไม่ได้มาศาลในวันนัดพิจารณาคดี ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้ว มีคำสั่งว่า จำเลยที่ 1 ขาดนัดโดยจงใจ ไม่มีเหตุจะขอให้พิจารณาใหม่ ให้ยกคำร้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า จำเลยที่ 1 มีสิทธิขอให้พิจารณาใหม่ได้หรือไม่เห็นว่า แม้จำเลยที่ 1 มีสำเนาทะเบียนบ้านเอกสารหมาย ร.1มาแสดงว่า ขณะที่จำเลยที่ 1 ถูกฟ้อง จำเลยที่ 1 มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเลขที่ 5 หมู่ที่ 10 ตำบลเหล่าบก อำเภอม่วงสามสิบจังหวัดอุบลราชธานี แต่โจทก์ก็ส่งอ้างสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีเอกสารหมาย จ.3 เป็นพยาน ในเอกสารดังกล่าวปรากฏว่า จำเลยที่ 1ได้แจ้งแก่โจทก์ไว้ว่าอยู่บ้านเลขที่ 389/4 ถนนสุรนารีตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา และจำเลยที่ 1 ได้เบิกความตอบทนายโจทก์ถามค้านอีกว่า ความจริงแล้วขณะทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีจำเลยที่ 1 อาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 357 ถนนสุรนารี ซึ่งเป็นที่อยู่คนละที่กับที่ได้แจ้งโจทก์ไว้ในสัญญาดังกล่าว และมิใช่ภูมิลำเนาตามที่โจทก์ฟ้อง นอกจากนี้ยังได้ความอีกว่าเมื่อพนักงานเดินหมายของศาลชั้นต้นไปส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยที่ 1ที่บ้านตามภูมิลำเนาในคำฟ้องคือ บ้านเลขที่ 96 ถนนราชบุตรตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานีนางยุพา สินธุเชาว์ ภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ 1เต็มใจยอมรับหมายไว้แทนจำเลยที่ 1 โดยไม่มีผู้ใดปฏิเสธว่าจำเลยที่ 1 ไม่ได้อยู่ที่บ้านตามที่กล่าวในคำฟ้อง และไม่ปรากฏว่านางยุพารับหมายไว้แทนจำเลยที่ 1 โดยหลงผิด พฤติการณ์ดังกล่าวเชื่อได้ว่าจำเลยที่ 1 อยู่อาศัยในบ้านเดียวกับนางยุพาภริยา และถือได้ว่าจำเลยที่ 1 มีถิ่นที่อยู่หลายแห่งซึ่งอยู่สับเปลี่ยนกันไป ดังนั้น บ้านที่ระบุในคำฟ้องจึงเป็นภูมิลำเนาอีกแห่งหนึ่งของจำเลยที่ 1 การที่พนักงานเดินหมายนำหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องกับหมายนัดสืบพยานโจทก์ไปส่งตามคำสั่งของศาลโดยมีนางยุพาภริยาของจำเลยที่ 1 เป็นผู้รับไว้แทนจึงถือว่าได้ส่งหมายนั้น ๆ ให้แก่จำเลยที่ 1 ทราบโดยชอบแล้วจำเลยที่ 1 ไม่ยื่นคำให้การภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดและไม่ไปศาลในวันสืบพยานโจทก์ ถือว่าจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาโดยจงใจ จำเลยที่ 1 จึงไม่อาจขอให้พิจารณาใหม่ได้ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาชอบแล้ว" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 39/2535 ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด โจทก์ นาย เล้ง สินธุเชาว์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด · จำเลย - นาย เล้ง สินธุเชาว์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · ประมาณ ชันซื่อ · สังเวียน รัตนมุง
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2181/2519ฎีกา 2749/2538ฎีกา 280/2530ฎีกา 1645/2549ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 5098/2550ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3601/2526ฎีกา 72/2505ฎีกา 1592/2521ฎีกา 119/2532ฎีกา 4484/2536ฎีกา 6555/2538ฎีกา 1816/2534ฎีกา 1510/2520ฎีกา 3827/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา