คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 485/2535
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำผิดฐานทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ และฐานทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้รับอันตรายสาหัส มีองค์ประกอบการกระทำเหมือนกัน ต่างกันที่ผลแห่งการกระทำ หากการกระทำไม่เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำร้ายรับอันตรายสาหัส ศาลสามารถลงโทษตามมาตราที่เกี่ยวกับอันตรายแก่กายหรือจิตใจได้ แม้จะไม่ได้ถูกอ้างมาเป็นบทลงโทษก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
ความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจและความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำร้ายรับอันตรายสาหัสนั้น ประมวลกฎหมายอาญาบัญญัติไว้ในหมวดเดียวกัน องค์ประกอบความผิดในส่วนการกระทำก็เป็นอย่างเดียวกันต่างกันตรงผลแห่งการกระทำเท่านั้น คือถ้าเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำร้ายได้รับอันตรายสาหัส ก็เป็นความผิดตามมาตรา 297 มีผลให้ผู้กระทำความผิดต้องรับโทษหนักขึ้น เมื่อการกระทำของจำเลยไม่เป็นเหตุให้โจทก์ร่วมรับอันตรายสาหัสเพียงแต่เป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายของโจทก์ร่วมเท่านั้นแม้โจทก์จะไม่ได้อ้างมาตรา 295 เป็นบทลงโทษมาด้วย ศาลก็ลงโทษจำเลยตามมาตรา 295 ซึ่งมีอัตราโทษเบากว่าได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · โจทก์ร่วม - นายสิทธิพร รชตเวศน์ · จำเลย - นายกัมพล เจริญสุขพัฒนา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมศักดิ์ วิธุรัติ · เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · สมมาตร พรหมานุกูล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายมงคล ทับเที่ยง · ศาลอุทธรณ์ - นายธนะพัฒน์ แจ่มจันทร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา