คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 710/2535
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การอ้างหรือนำสืบเพื่อแก้ไขข้อความในเอกสารเป็นหนังสือที่คู่ความได้ตกลงกันไว้แล้ว ต้องห้ามตามกฎหมาย เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น
* ข้อต่อสู้ที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้น หรือข้อที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนเท่านั้น ที่จะฎีกาได้
* เจ้าหนี้กองมรดกมีสิทธิฟ้องทายาทคนใดคนหนึ่งของเจ้ามรดกได้ โดยไม่จำเป็นต้องฟ้องทายาททุกคน หรือเรียกผู้จัดการมรดกเข้ามาในคดี
ย่อคำพิพากษา
จำเลยอ้างและนำสืบว่าไม่ได้รับเงินเป็นการนำสืบแก้ไขข้อความที่มีอยู่ในสัญญาจำนอง ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 94 จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การเพียงแต่สาบานตนเข้าเบิกความเป็นพยานว่าโจทก์คิดดอกเบี้ยเกิน 5 ปี ไม่ได้นั้นยังถือไม่ได้ว่าจำเลยได้ยกข้อดังกล่าวขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น เพราะจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ และข้ออ้างดังกล่าวมิใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงต้องห้ามฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 เจ้าหนี้กองมรดกมีสิทธิที่จะฟ้องทายาทคนใดก็ได้ ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1737 ไม่มีกฎหมายบังคับว่าทายาทผู้นั้นจะต้องได้รับมรดกหรือต้องฟ้องทายาททุกคน และแม้จะไม่เรียกผู้จัดการมรดกเข้ามาในคดีก็หาทำให้เจ้าหนี้ไม่มีอำนาจฟ้องไม่ เพียงแต่อาจมีผลในการบังคับคดีเท่านั้น.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายก ฤษณะ เล็กอุทัย · จำเลย - นาง บุญ ตา พรหม สุข ใน ฐานะ ทายาท ผู้จัดการมรดก และ ใน ฐานะ ส่วนตัว |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อุไร คังคะเกตุ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · จรัส อุดมวรชาติ |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ