⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 883/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 883/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนับระยะเวลาตามกฎหมายให้เริ่มนับตั้งแต่วันถัดจากวันแรกที่กำหนด หรือวันที่การนั้นได้เกิดขึ้น. การยื่นคำร้องขอขยายเวลายื่นคำให้การต้องกระทำภายในกำหนดเวลาที่ต้องยื่นคำให้การ เว้นแต่มีเหตุสุดวิสัย.

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยที่ 1 โดยวิธีปิดหมาย ซึ่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 79 วรรคสองกำหนดให้เวลาล่วงเลย 15 วัน จึงจะมีผล ปรากฏว่าทำการปิดหมายแก่จำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2531 การนับเวลาล่วงพ้น 15 วันจึงเริ่มนับแต่วันที่ 30 ตุลาคม 2531 แล้วเริ่มนับกำหนด ยื่นคำให้การภายใน 8 วัน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคแรก ตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน2531 ครบกำหนดในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2531 ดังนั้น จำเลยที่ 1 จึงต้องยื่นคำให้การต่อศาลชั้นต้นภายใน กำหนดเวลาดังกล่าว เมื่อจำเลยที่ 1ยื่นคำร้องขอขยายเวลายื่น คำให้การในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2531 โดยมิได้อ้างเหตุสุดวิสัย ที่ทำให้ไม่สามารถยื่นคำร้องได้ก่อนสิ้นระยะเวลาที่จะยื่น คำให้การได้ กรณีจึงไม่ต้องด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 23 ชอบที่ศาลชั้นต้น จะสั่งยกคำร้องได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.23 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.79 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 2,171,821.93 บาท ให้แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยเจ้าพนักงานศาลนำหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไปส่งให้จำเลยทั้งสองได้โดยวิธีปิดหมาย ต่อมาจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอขยายเวลายื่นคำให้การมีกำหนด 20 วัน ศาลชั้นต้นสั่งให้ยกคำร้องเฉพาะส่วนของจำเลยที่ 1ส่วนจำเลยที่ 2 นั้น อนุญาตให้ขยายเวลายื่นคำให้การอีก 10 วัน จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งเดิม และมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยที่ 1 ขยายเวลายื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้อง ต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การส่วนจำเลยที่ 2 ยื่นคำให้การ แต่ในวันนัดสืบพยานโจทก์จำเลยทั้งสองขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระต้นเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ขยายเวลายื่นคำให้การ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยที่ 1 ขยายเวลายื่นคำให้การชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่าคดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยที่ 1 โดยวิธีปิดหมาย ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79วรรคสอง กำหนดให้เวลาล่วงแล้ว 15 วัน จึงจะมีผล ปรากฏตามรายงานการส่งหมายของเจ้าพนักงานศาลว่า ทำการปิดหมายแก่จำเลยที่ 1เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2531 การนับเวลาล่วงพ้น 15 วัน จึงเริ่มนับแต่วันที่ 30 ตุลาคม 2531 แล้วเริ่มนับกำหนดยื่นคำให้การภายใน 8 วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177วรรคแรก ตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน 2531 ครบกำหนดในวันที่ 21พฤศจิกายน 2531 ดังนั้น จำเลยที่ 1 จึงต้องยื่นคำให้การต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนดเวลาดังกล่าว เมื่อจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอขยายเวลายื่นคำให้การในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2531 โดยมิได้อ้างเหตุสุดวิสัยที่ทำให้ไม่สามารถยื่นคำร้องได้ก่อนสิ้นระยะเวลาที่จะยื่นคำให้การได้ กรณีจึงไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 23 ชอบที่ศาลชั้นต้นจะสั่งยกคำร้องได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 883/2535 ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด โจทก์ นาย วิทยา วิริยะไชโย กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด · จำเลย - นาย วิทยา วิริยะไชโย กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิทวัส อยู่วัฒนา · ไพศาล รางชางกูร · ประสิทธิ์ แสนศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 280/2530ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 7032/2539ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 3542/2545ฎีกา 8735/2542ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3601/2526ฎีกา 3192/2532ฎีกา 72/2505ฎีกา 5015/2541ฎีกา 119/2532ฎีกา 4484/2536ฎีกา 6555/2538ฎีกา 1816/2534ฎีกา 1077/2532ฎีกา 3827/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา