⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 105/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 105/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อสัญญาไม่ได้กำหนดเวลาส่งมอบไว้ แต่กำหนดเวลาชำระราคาไว้พออนุมานได้ว่าคู่กรณีตกลงให้ส่งมอบภายในกำหนดเวลาชำระราคานั้นด้วย และผู้ขายจะบอกเลิกสัญญาไม่ได้หากไม่มีสิทธิเลิกสัญญาตามกฎหมายหรือตามข้อตกลง.

ย่อคำพิพากษา

อุทธรณ์ที่ว่าศาลตีความข้อตกลงแห่งสัญญาผิดไปจากสำนวนหากตีความตามอุทธรณ์แล้วจะเห็นได้ว่าโจทก์ที่ 1 นำสืบได้ว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา เป็นอุทธรณ์ในข้อกฎหมาย แม้ในสัญญาจะมิได้กำหนดเวลาให้ผู้ขายส่งมอบข้าวสารให้ผู้ซื้อก็ตามแต่ที่สัญญาระบุให้ผู้ซื้อต้องชำระราคาให้ผู้ขายภายในวันที่ 30 กันยายน 2529 นั้นพออนุมานได้ว่า คู่กรณีตกลงให้ผู้ขายส่งมอบข้าวสารให้ผู้ซื้อภายในกำหนดเวลาดังกล่าวด้วย ตามป.พ.พ. มาตรา 203 ส่วนสิทธิในการเลิกสัญญาย่อมเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายหรือตามข้อความในสัญญาที่ระบุให้สิทธิไว้เมื่อไม่ปรากฏสิทธิดังกล่าวแล้ว จำเลยผู้ขายย่อมไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญา การที่จำเลยบอกเลิกสัญญาก่อนที่จะส่งมอบข้าวสารให้แก่โจทก์ที่ 1 จึงไม่ชอบ ดังนั้น เมื่อจำเลยไม่ยอมส่งมอบข้าวสารแก่โจทก์ที่ 1 ภายในวันที่ 30 กันยายน 2529 จำเลยจึงเป็นผู้ผิดสัญญา.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.224 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.203 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.379 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.386 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.393

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำสัญญาขายข้าวสารให้แก่โจทก์ที่ 1จำนวน 1,000 กระสอบ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 424,500 บาท มีกำหนดส่งมอบและชำระราคาภายในวันที่ 30 กันยายน 2529 หากโจทก์ที่ 1ผิดสัญญาไม่ชำระราคา ยอมเสียดอกเบี้ยและเบี้ยปรับรวมร้อยละ17 ต่อปี และหากจำเลยผิดสัญญาไม่ส่งมอบข้าวสาร ยอมชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 20,000 บาท โจทก์ที่ 2 ได้นำที่ดิน น.ส.3 ก. จำนวน 3 แปลง จำนองไว้กับจำเลยเพื่อประกันความเสียหายหากโจทก์ที่ 1 ผิดสัญญา ต่อมาจำเลยผิดสัญญาไม่ส่งข้าวสารให้แก่โจทก์ที่ 1 โจทก์ที่ 1 เรียกให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 20,000 บาท และปลดหนี้จำนองที่ดิน น.ส.3 ก.ทั้งสามแปลง แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้จำเลยชำระเบี้ยปรับจำนวน20,000 บาท แก่โจทก์ที่ 1 และให้จำเลยปลดหนี้จำนองที่ดิน น.ส.3 ก.ทั้งสามแปลงให้แก่โจทก์ที่ 2 โดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเองหากไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยให้การว่า สัญญาระหว่างโจทก์ที่ 1 และจำเลยเป็นสัญญาจะซื้อจะขาย เมื่อจำเลยยังไม่ส่งข้าวสารให้โจทก์ภายในวันที่ 30กันยายน 2529 โจทก์มิได้ชำระราคาแก่จำเลยภายในกำหนดเวลาเดียวกันสัญญาจะซื้อจะขายเป็นอันยกเลิกไป โจทก์มิได้ทวงถามให้จำเลยส่งมอบข้าวสาร จำเลยจึงไม่ใช่เป็นฝ่ายผิดสัญญา ข้อความต่อท้ายสัญญาที่ให้โจทก์เรียกค่าเสียหายจากจำเลยจำนวน 20,000 บาท นั้นประธานกรรมการจำเลยได้ร่วมกับโจทก์เพิ่มเติมข้อความโดยพลการจึงไม่มีผลผูกพันจำเลย ก่อนวันที่ 30 กันยายน 2529 อันเป็นวันที่สัญญาถึงกำหนด จำเลยได้มอบให้กรรมการจำเลยไปบอกเลิกสัญญาด้วยวาจากับโจทก์ครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นจำเลยยังได้มีหนังสือบอกเลิกสัญญาลงวันที่ 17 กันยายน 2529 ไปยังโจทก์อีกครั้งหนึ่งส่วนเรื่องไถ่ถอนจำนองนั้น จำเลยยินยอมให้โจทก์ไถ่ถอนจำนองตามระเบียบของจำเลย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยไปจดทะเบียนถอนจำนองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ฉบับเลขที่ 4968เลขที่ดิน 404 เลขที่ 5351 เลขที่ดิน 336 และเลขที่ 5352 เลขที่ดิน337 ตำบลท่ามะเดื่อ อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง ให้แก่โจทก์ที่ 2 ณ สำนักงานที่ดินอำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง โดยให้โจทก์ที่ 2 และจำเลยชำระค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนถอนจำนองคนละครึ่ง หากจำเลยไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยกับให้จำเลยคืนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ทั้ง 3 ฉบับดังกล่าวแก่โจทก์ที่ 2 ด้วยคำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก โจทก์ที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินจำนวน20,000 บาท แก่โจทก์ที่ 1 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่าคดีนี้ทุนทรัพย์ไม่เกิน20,000 บาท ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ที่ 1 จึงขัดกับกฎหมายดังกล่าวนั้นเห็นว่าโจทก์ที่ 1 อุทธรณ์ว่า ศาลชั้นต้นตีความข้อตกลงแห่งสัญญาเอกสารหมาย จ.1 ผิด ทำให้ศาลชั้นต้นฟังพยานหลักฐานผิดไปจากสำนวน หากตีความตามที่โจทก์ที่ 1 อุทธรณ์ จะเห็นได้ว่าโจทก์ที่ 1 สืบได้ว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา อุทธรณ์ของโจทก์ที่ 1เช่นนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ที่ 1 ให้นั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นที่จำเลยฎีกาว่าเอกสารหมาย จ.1 ระบุว่าผู้ขายตกลงขายข้าวสารให้แก่ผู้ซื้อแยกเป็นข้าวสาร 15 เปอร์เซ็นต์ จำนวน 650 กระสอบกระสอบละ 435 บาท เป็นเงิน 282,750 บาท ข้าวสาร 25 เปอร์เซ็นต์จำนวน 350 กระสอบ กระสอบละ 405 บาท เป็นเงิน 141,750 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 424,500 บาท ซึ่งผู้ซื้อจะชำระเงินดังกล่าวทั้งหมดภายในวันที่ 30 กันยายน 2529 แต่ในสัญญาดังกล่าวไม่ได้ระบุว่าผู้ขายจะส่งมอบข้าวสารทั้งหมดให้แก่ผู้ซื้อเมื่อไร และข้อความในสัญญาไม่ได้ระบุห้ามผู้ขายมิให้บอกเลิกสัญญา จำเลยจึงมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้นั้น เห็นว่า สัญญาเช่นนี้แม้จะมิได้กำหนดเวลาให้ผู้ขายส่งมอบข้าวสารให้ผู้ซื้อก็ตาม แต่ที่สัญญาระบุว่าผู้ซื้อจะต้องชำระราคาข้าวสารให้ผู้ขายภายในวันที่ 30 กันยายน 2529นั้น พอจะอนุมานได้ว่าคู่กรณีตกลงให้ผู้ขายส่งมอบข้าวสารให้แก่ผู้ซื้อภายในกำหนดเวลาดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 203 และเมื่อเกิดสัญญากันขึ้นแล้ว คู่กรณีย่อมต้องผูกพันชำระหนี้กันตามสัญญา ส่วนฝ่ายใดจะมีสิทธิเลิกสัญญาหรือไม่นั้นย่อมเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายหรือมีข้อความในสัญญาระบุให้สิทธิเลิกสัญญาไว้ เมื่อข้อความในสัญญาตามเอกสารหมาย จ.1 ไม่ได้ระบุให้ผู้ขายมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ก่อนหนี้ถึงกำหนดชำระ ทั้งไม่มีกฎหมายให้สิทธิผู้ขายบอกเลิกสัญญาได้จำเลยย่อมไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญา เมื่อจำเลยให้การว่าจำเลยได้บอกเลิกสัญญากับโจทก์เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2529 แล้วเช่นนี้ย่อมถือว่าจำเลยได้บอกเลิกสัญญาก่อนที่จะส่งมอบข้าวสารให้แก่โจทก์ที่ 1 ตามสัญญา การบอกเลิกสัญญาของจำเลยจึงไม่ชอบเมื่อจำเลยไม่ยอมส่งมอบข้าวสารให้แก่โจทก์ที่ 1 ภายในวันที่30 กันยายน 2529 จำเลยจึงเป็นผู้ผิดสัญญา..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 105/2536 นาย ชรินทร์ สำอางค์ กับพวก โจทก์ สหกรณ์การเกษตร เขา ชัยสน จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ชรินทร์ สำอางค์ กับพวก · จำเลย - สหกรณ์การเกษตร เขา ชัยสน จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญศรี กอบบุญ · สุทธิ นิชโรจน์ · เพี้ยน พุทธสุอัตตา
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6135/2540ฎีกา 667/2511ฎีกา 3553/2539ฎีกา 9686/2539ฎีกา 3926/2539ฎีกา 38/2549ฎีกา 9151/2539ฎีกา 7382/2543ฎีกา 2295/2526ฎีกา 6477/2543ฎีกา 7159/2544ฎีกา 537/2540ฎีกา 4287/2539ฎีกา 2087/2538ฎีกา 4379/2540ฎีกา 975/2543ฎีกา 604/2535ฎีกา 891/2538ฎีกา 419/2536ฎีกา 3518/2524ฎีกา 7158/2538ฎีกา 576/2540ฎีกา 3796/2540ฎีกา 1345/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ